โปรดฟังอีกครั้ง….

ผมเคยดีใจและชื่นชมพร้อมกับคนไทยทั้งประเทศเมื่อได้ดูการเสด็จของสมเด็จพระเทพถ่ายทอดสดทางทีวี ที่พระองค์ เดินทางไปร่วมในพิธียิงจรวดปล่อยดาวเทียม นามพระราชทาน ที่มีชื่อว่าไทยคม ที่มีบริษัท ชินแซทเทริน์ไลท์ ของทักษิณและครอบครัวที่ได้ขอสัมปทาน และได้รับอนุญาติ จากรัฐบาลของ ประเทศไทยให้มีสิทธ์ในการทำธุรกิจ สร้างและปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเหนือประเทศไทยเพื่อ ให้ประเทศต่างๆเช่าคลื่นความถี่ใช้ในการสื่อสาร ณ. ประเทศเฟร้น กิอาน่า อดีตอานานีคมของฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศสใช้เป็นฐานยิงจรวดปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อาวกาศอยู่เป็นประจำ มาในครั้งนี้ ก็ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทชินแซทเทริน์ไลท์ของทักษิณ ให้ยิงจรวดปล่อยดาวเทียมไทยคมขึ้นสู่อาวกาศ ในวันนั้นพอยิงขึ้นสู่เอาวกาศเสร็จ ทักษิณก็ลุกขึ้นถือไมค์โครโฟนพูดกับคนไทยทั้งประเทศ ว่าดาวเทียมดวงนี้เป็นของคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ทุกคนจงภูมิใจ ทุกคนที่ได้ชมการถ่ายทอดสดในวันนั้นรวมทั้งผมด้วย ก็หลงดีใจว่าต่อไปนี้ประเทศเราไม่น้อยหน้าชาติอื่นแล้วเพราะเรามีดาวเทียมของเราเองแล้วไม่ต้องไปขอเช่าประเทศอื่นเขา แต่ต่อมาอีกหลายปีสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศแทบช็อคก็เกิดขึ้น ช่วงก่อนปีใหม่ก็มีข่าวแพร่ออกมาทางสื่อสารมวลชนในประเทศไทยว่าบริษัท ชินแซทเทรินไลท์ของทักษิณกำลังจะเสนอขายสัมปทานดาวเทียมพร้อม คลื่นโทรศัพท์มือถือที่ได้รับอนุญาติจากรัฐบาลของประเทศไทยให้กับบริษัทเทมาเสกของสิงค์โปร ในราคา76000ล้านบาท แต่ติดข้อกฎหมายว่าให้ต่างชาติถือหุ้นในส้มปทานได้ไม่เกิน25% เทมาเสกจึงไม่ตกลงที่จะซื้อเพราะว่าบริษัทเทมาเสกต้องการถือหุ้นใหญ่เกิน 50% ในบริษัทชินแซทเทรินไลท์ จึงจะยอมตกลงซื้อ ทักษิณซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในขณะนั้ัน จึงได้วางแผนใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี แก้ ออก กฎหมายใหม่ให้ต่างมี ถือหุ้นในสัมปทานดาวเทียมสื่อสารในประเทศไทยได้49% และเพื่อเลีย่งกฏหมายที่ไม่ให้ต่างชาติถือหุ้น100%จึงไปตั้งบริษัทกุหลาบแก้วโดยมีคนไทยเป็นนอมินีให้เทมาเสก ถือหุ้นอีก51% ออกกฏหมายเสร็จเทมาเสกตกลงซื้อก็แอบนัดเซ็นสัญาขายกันในวันขึ้นปีใหม่ ทักษิณพร้อมลูกเมียก็เดินทางไปสิงค์โปรโดยตอบนักข่าวว่าจะไปเที่ยวที่ประเทศสิงค์โปร ไม่ได้ไปเซ็นสัญญาขายดาวเทียมไทยคม แต่พอทักษิณไปอยู่ที่ประเทศสิงค์โปร ก็มีสื่อต่างประเทศลงข่าวว่าทักษืณได้ตกลงเซ็นสัญญาขายสัมปทานคลื่นโทรศัพท์มือถือ และดาวเทียมไทยคมโดยในสัญญาซื้อขายยังรวมเอาวงโคจรดาวเทียมไทยคม ที่เป็นสมบัติของชาติไทยยกให้เป็นกรรมสิทธ์ของบริษัทเทมาเสกของประเทศสิงค์โปรแต่ผู้เดียว จึงทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่มีสิทธ์ที่จะอนุญาติให้ใครเช่าใช้ หรือยิงจรวดส่งดาวเทียมขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือประเทศตัวเองทุกกรณีตลอดไปต้องขออนุญาติเช่าจากประเทศสิงค์โปรเท่านั้นเพราะว่าทักษิณได้ขายให้เขาไปแล้ว มันช่างน่าอับอายประเทศอื่นเขาไปทั้งโลก ที่ที่รัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่เป็นคนไทยมาขายวงโคจรดาวเทียมที่เป็นสมบัติของชาติไทยให้ต่างชาติ มันไม่มีประเทศไหนในโลกนี้เขาทำกัน ประเทศก้มพูชา ลาว พม่า เขายังมีวงโคจรดาวเทียมไว้ปกป้องประเทศเขายามเกิดสงคราม แต่ประเทศไทยไม่มี วงโคจรดาวเทียมที่จะยิงจรวดส่งดาวเทียมเพื่อใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัยเหมือนที่ประเทศอเมริกามีใช้ เพื่อใช้ทำสงครามปกป้องประเทศไทย ให้พ้นภัยเมื่อถูกรุกรานจากประเทศอื่น ทุกวันนี้เวลากลางคืนผมมองท้องฟ้าทีไรน้ำตามันจะไหล เมื่อนึกถึงดาวเทียมทีมีชื่อจากการได้รับพระราชทาน ชื่อไทยคม
 
ที่มา….นสพ.สักฉบับ

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

8 Responses to โปรดฟังอีกครั้ง….

  1. Le temps says:

    อยากให้บ้านเมืองสงบวันนี้โรงเรียนปิดอีกวันแล้วอยากไปทำงาน..

  2. ๏̯͡๏ J-zurzAwA-™-๏̯͡๏ says:

    สงบสุขสักทีเถอะ…สาธุ

  3. Strange Loop says:

    หมดกัน ทักษิณ ทำ้ตัวเองแท้ๆ

  4. Piyapong says:

    แล้วก็ยังมีคนโง่บวกคนหน้าเงิน สามัคคีกันแห่เข้าเมืองมาทำเลวเพื่อบูชาคนอย่างมัน

  5. ATISA says:

    บัดซบเจงๆเลย

  6. Miss- says:

    ช่วงนี้การเมืองร้อนแรงมากๆข่าวออกตลอดเลยเพราะคนๆเดียว ชาติจึงไม่เจริญ

  7. Uengfa says:

    อืม ..เหมือนลาฮีในจามองเลยบ้านเมืองล่มจมเพราะฝีมือของ (s)he

  8. Sarikorn says:

    ดาว….มีไว้เบิ่ง… เมื่อไม่รู้จักคำว่าพอ…ก๊อเป็นเช่นนี้แล…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s