Subject: Fw: ระวังประกันชีวิต AIA

เป็นอีกครั้งในรอบ ที่ได้รับฟอร์เวิดร์เมล์ฉบับนี้ และได้ตอบบ่อยจนรู้สึกว่าเอามันมาตอบในนี้เลยดีกว่า
ในฐานะตัวแทนประกันชีวิตของ AIA ก็ขอตอบข้อสงสัยแก่ทุกท่าน….


เนื่องด้วยสัญญาประกันชีวิต และสัญญาประกันภัย เป็นเอกสารทางกฏหมายดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ยากแก่ความเข้าใจ
ดังนั้นตัวแทนจึงเป็นหน่วยที่สำคัญที่สุดในการเข้ามาทำงานตรงจุดนี้

เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น  
เราได้ทำประกัน ของAIA ให้แม่เป็นประกันชีวิตและได้เพิ่มคุ้มครองโรคร้ายด้วย อาทิเช่น โรคมะเร็ง โรคตับ โรคไต พูดง่ายๆคือโรคที่ร้ายแรง ในกรมธรรม์บอกไว้ว่า ถ้าผู้ประกันเป็นโรคร้ายจะจ่ายเลย ก่อน 300,000 บาท(แล้วแต่เบี้ยประกันของแต่ละคน) หลังจ่ายนั้นจะจ่ายค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าห้อง อื่นๆ แล้วแต่เบี้ยที่ทำ ก่อนทำเราก็มั่นใจแล้วว่าประกันชีวิตของ AIA น่าจะดีที่สุดแล้ว เพราะมีชื่อเสียงมานาน เราจึงตัดสิน ใจทำให้แม่เรา โดยยอมอดออมไว้เพื่อไปจ่ายค่าประกันทุกปี เพื่อที่จะได้ไว้พึ่งพาบ้างเวลาแม่เราป่วย ขึ้นมา เชื่อว่าทุกคนที่ทำก็มีวัตถุประสงค์เดียวกับเรา แต่สิ่งที่เราไม่เคยคิดมาก่อนก็เกิดขึ้นแม่เราป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งโชคยังดีที่เป็นระยะแรกซึ่ง ปัจจุบันกำลังฉายแสงอยู่ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 700,000 บาทแล้ว ซึ่งเราต้องสำรองจ่ายไปก่อน
ซึ่งตามกรมธรรม์ที่ทำไว้เราต้องได้ค่าคุ้มครองโรคร้ายก่อน 300,000 บาทตามที่ทำไว้ และค่าอื่นๆก็ เบิกได้อีกตามเบี้ยประกัน **แต่แล้วAIA บอกว่าขอสืบ ประวัติก่อนที่จะจ่ายเงิน ใช้เวลาสืบประมาณ5 เดือน **
หลังจาก5เดือนผ่านไปมีจดหมายจากAIA ส่งมาที่บ้าน บอกว่าทางบริษัทขอคืนเบี้ยประกันทั้งหมดเพราะ ไม่สามารถจ่ายเงินตามกรมธรรม์ได้
**
เนื่องผู้ป่วยมีประวัติเคยความดันขึ้น**มาก่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และไม่ยอมแจ้งทางAIA ฉนั้นทางบริษัทขอยกเลิกกรมธรรม์ฉบับนี้

ตอบ
….กรณีดังกล่าวถ้าเป็นตัวแทนที่ทำงานจริง
อ่านแล้วจะรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องไปถามบ.ให้เสียเวลา

สัญญาคุ้มครอง 40 โรคร้ายแรงต่อเนื่องนั้น
จะคุ้มครองหลายโรค แต่ละโรคมีหลายเงื่อนไข (ตัวแทนคุณรู้มั้ย ให้ข้อมูลคุณขนาดไหน)

สำหรับมะเร็ง จะจ่ายในระยะลุกลาม
เพราะสัญญานี้ระบุชัดเจนว่าโรคร้ายแรงต่อเนื่องที่ต้องใช้ค่ารักษามาก ดังนั้น
ในการเป็นมะเร็งเต้านม

ระยะแรกนั้น สัญญาตัวนี้จะยังไม่ทำงาน
แต่มีสัญญาตัวอื่นทำงาน เช่าค่าห้อง ค่ารักษา (ถ้าซื้อไว้)
ตราบจนกระทั่งถ้าในอนาคต

คน ไข้รายนี้มีปัญหาคือเนื้อร้ายกลับมาอีกครั้งและพบว่ามันลุกลาม สัญญานี้จะเริ่มจ่าย (ซึ่งก็มีเยอะ ที่เนื้อร้ายกลับมาอีกครั้งและลามอย่างรวดเร็ว)

แต่ถ้าถามว่าสัญญาที่คุ้มครองมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรกเลยมีมั้ย มีคะ แต่คาดว่าคงไม่ได้ซื้อ เพราะไม่เห็นกล่าวถึง
ดังนั้นในกรณีนี้

ถ้าคุณหมอบอกก่อนการรักษาว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแรกและปรึกษาตัวแทน
คุณจะได้คำตอบที่ชัดเจนคะ…

.แต่ก็อาจจะมีบางกรณีที่ตัวแทนไม่รู้ ไม่ได้บอก
หรือบอกแล้วลูกค้าจำไม่ได้
เพราะรายละเอียดกรมธรรม์มันเยอะมากจริงๆ
ดังนั้นถ้าเจอตัวแทนประกันคุณก็อย่าไปกลัวเลยคะ
คุณไม่ซื้อตัวแทนก็บังคับบีบคอคุณไม่ได้
อยู่แล้ว แต่ถ้าคุณให้โอกาสตัวเองรู้จักตัวแทนหลายๆคน
พอถึงวันที่คุณจะทำ คุณจะเลือกถูกเองว่าคนไหนไว้ใจได้สำหรับคุณ

ในกรณีนี้พอลูกค้าขอเคลม
บ.ประกัน (ย้ำทุกแห่ง) จะทำการสืบประวัติจากโรงพยาบาล (เค้ามีเครือข่ายกันนะคะ คุณแอบไปรักษาไว้ที่ไหน
เค้ารู้หมด) เพราะจะมีกรณีที่


บางคนเริ่มรู้ว่าตัวเองเป็นโรค แล้วก็แอบมาซื้อประกัน
เพื่อจ่ายเบี้ยถูกๆให้บ.ประกัน แล้วให้บ.ประกันจ่ายค่ารักษาแพงๆให้ ฮั่นแน่! เห็นมั้ยคะ ว่ามันก็มีกรณีอย่างนี้
ดังนั้นเค้าก็ต้องป้องกันโดยการสืบประวัติลูกค้าก่อน




สังเกตุตอนซื้อ ตัวแทนจะถามประวัติสุขภาพว่าเคยเป็นอะไรมาก่อนมั้ย
ถ้าลูกค้าปกปิด กฏหมายระบุชัดให้ถือว่าสัญญา
เป็นโมฆียะ (โมคะ) ทันที
เพราะถ้ามีประวัติสุขภาพ
บ.จะพิจารณาว่าจะเพิ่มเบี้ย
หรือจะไม่รับ
หรือจะรับแต่ไม่คุ้มครองส่วนที่เป็นมาก่อน….ตรงนี้ให้ความเป็นธรรมกัน หน่อยนะคะ
เพราะบริษัทประกันไม่ใช่มูลนิธิ แต่เป็นธุรกิจคะ
แต่ธุรกิจจะแฟร์ต่อกัน
ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ปกปิด

ต่อๆ

ช๊อค!สิครับ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เราก็พึ่งรู้นะว่าความดันขึ้นเพราะ
ความเครียดเนี๊ยมันต้องยกเลิกกรมธรรม์เลย เราข้องใจเลยไปปรึกษาหมอด้านความดัน คุณหมอบอกว่า
ไม่เกี่ยวกันเลยความดันกับมะเร็งคนละเรื่องกัน คุณหมอก็แนะนำให้ไปฟ้อง สคบ. ตอนนี้ทางเรากำลัง
ดำเนินการอยู่

ตอบ

ความดันเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากในการทำประกัน แม่ของดิฉันเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่พบแพทย์ตลอด
ซึ่งก็ถูกเพิ่มเบี้ยจ่าย
12000 เป็น 19000 คะ….แต่ในกรณีของคุณ ไม่ได้บอกจนกระทั่งบริษัทสืบค้นพบ
นั้นหมายความว่าคุณปกปิดตั้งแต่แรกสัญญาเล่มนั้นมันจึงเป็นโมฆียะไปตั้งแต่วันที่ทำ (ในกรณีนี้บ.มีสิทธิ์ไม่คืนค่าเบี้ยที่จ่ายมา
แต่บ.ก็คืน)


ถ้าคุณบอก คุณอาจจะโดนเพิ่มเบี้ย
หรือไม่รับประกันการความดันสูงจนเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่คุณไม่บอกแสดงว่าตั้งใจปกปิด หรือไม่รู้ว่าต้องบอก หรือตัวแทนไม่ได้ถาม หรือตัวแทนไม่ใส่ข้อมูล ถ้าเป็นอย่างหลัง คุณฟ้องตัวแทนได้นะคะ ดังนั้นหารที่คุณจ่ายเบี้ยในอัตราปกติมาโดยตลอด หมายถึงคุณกำลังเอาเปรียบลูกค้าคนอื่นที่สุขภาพปกติคะ

สมมติคุณเป็นเจ้าของ บ.ประกันรถ ถ้ามีคนนำรถที่สภาพเยินรอซ่อม แต่แอบเอารถมาประกันก่อน จ่ายเบี้ยถูกๆ พอบ.รับประกันลูกค้าก้อซ่อมทันที

ถ้าคุณเป็นเจ้าของบ.คุณรู้ คุณจะรับมั้ยคะ การทำประกันคือการกระจายความเสี่ยงจากตัวเองไปให้บ.ประกันเท่านั้น 

ดังนั้น ถูกต้องคะ
ความดัน กะ มะเร็งไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ที่มีปัญหาคือ คุณไม่บอกก่อนทำประกัน
คุณหมอแนะนำได้ในรายละเอียดแต่ในความเป็นจริงคือประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นเท่านั้นเอง


และถ้าจะฟ้องเกี่ยวกับประกันฯ ต้องไปฟ้องที่ คปภ. นะคะ

ตอนนี้ที่บ้านเรายกเลิกประกันของAIAทั้งหมด ไปทำกะบริษัทอื่นแล้ว ทุเรศมาก เอาเปรียบผู้บริโภค
ตอนทำแทบจะก้มลงกราบ พอป่วยก็ถีบหัวส่ง


ช่วยส่งต่อกันหน่อยนะ เพื่อประโยชน์ของตนเองและเพื่อคนที่คุณรัก!! ขอบคุณครับ

ถ้าคุณบอกว่า "ตอนทำแทบจะก้มลงกราบ
พอป่วยก็ถีบหัวส่ง" ตรงนี้ก็ขอแสดงว่าเสียใจด้วยนะคะ
ทีเจอตัวแทนเหล่านั้น และการที่คุณยกเลิกประกันจากบ.หนึ่ง
แล้วไปทำอีกบ. ถ้าไม่ใช่เพื่อความสะใจ
หละก้อนั้นแสดงว่า คุณเห็นความสำคัญของประกัน เพราะฉะนั้น
เพื่อความสบายใจ ผู้บริโภคควรศึกษาเรื่องเหล่านี้
เพื่อประโยชน์ของตัวเองบ้างเถอะคะ
อย่ามั่วซื้อประกันเพราะช่วยตัวแทนเลย ไม่มีประโยชน์ต่อคุณหรอกคะ เพราะมันจะยิ่งช่วยทำให้วงการตัวแทนประกันฯเสื่อมลง เพราะไปสนับสนุนตัวแทนที่ไม่คิดจะหาความรู้เกี่ยวกับสินค้า หรือไม่ได้ตั้งใจจะทำงานจิงๆ เพียงแต่ทำเผื่อรายได้เสริมเท่านั้น

และก้อคงขอปิดท้ายว่า ช่วยส่งต่อกันหน่อยนะ เพื่อประโยชน์ของตนเองและเพื่อคนที่คุณรัก!! ขอบคุณคะ

ปล. ถ้าอ่านแล้วคิดว่าตัวแทนคนนี้มีความรู้เพียงพอ สามารถติดต่อหลังไมค์ได้นะคะ :)  nattha007@gmail.com

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

24 Responses to Subject: Fw: ระวังประกันชีวิต AIA

  1. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    เป็นอีกครั้งในรอบ หนึ่งปี ที่ได้รับฟอร์เวิดร์เมล์ฉบับนี้ ในฐานะตัวแทนของเพื่อนๆหลายๆคนและได้ตอบบ่อบจนรู้สึกว่าเอามันมาตอบในนี้เลยดีกว่า ขี้เกียจพิมพ์บ่อยๆ…..ไม่แน่ใจว่าเจ้าของเรื่องนี้เป็นใคร ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงว่าเห็นใจกะเค้าด้วย….แต่ในฐานะตัวแทนประกันชีวิตของ AIA ก็ขอตอบข้อสงสัยแก่ทุกท่าน….เนื่องด้วยสัญญาประกันชีวิต และสัญญาประกันภัย เป็นเอกสารทางกฏหมายดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ยากแก่ความเข้าใจดังนั้นตัวแทนจึงเป็นหน่วยที่สำคัญที่สุดในการเข้ามาทำงานตรงจุดนี้ การซื้อประกันสามสิ่งที่สำคัญคือ1. บริษัทมั่นคงมั้ย (คือเวลาจะเคลม หรือครบกำหนดสัญญามีปัญญาจ่ายคืนมั้ย)2. สินค้า (ตรงตามความต้องการของเรามั้ย)3. ตัวแทน (ซื่อสัตย์ และมีความเป็นมืออาชีพมั้ย ตอบคำถามเราได้มากน้อยเพียงไหน)

  2. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    มาถึงอีเมล์ฉบับนี้….กรณีดังกล่าวถ้าเป็นตัวแทนที่ทำงานจริง อ่านแล้วจะรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องไปถามบ.ให้เสียเวลา1. สัญญาคุ้มครอง 40 โรคร้ายแรงต่อเนื่องนั้น จะคุ้มครองหลายโรค แต่ละโรคมีหลายเงื่อนไข (ตัวแทนคุณรู้มั้ย ให้ข้อมูลคุณขนาดไหน)สำหรับมะเร็ง จะจ่ายในระยะลุกลาม เพราะสัญญานี้ระบุชัดเจนว่าโรคร้ายแรงต่อเนื่องที่ต้องใช้ค่ารักษามาก ดังนั้น ในการเป็นมะเร็งเต้านมระยะแรกนั้น สัญญาตัวนี้จะยังไม่ทำงาน แต่มีสัญญาตัวอื่นทำงาน เช่าค่าห้อง ค่ารักษา (ถ้าซื้อไว้) ตราบจนกระทั่งถ้าในอนาคตคนไข้รายนี้มีปัญหาคือเนื้อร้ายกลับมาอีกครั้งและพบว่ามันลุกลาม สัญญานี้จะเริ่มจ่าย (ซึ่งก็มีเยอะ ที่เนื้อร้ายกลับมาอีกครั้งและลามอย่างรวดเร็ว)

  3. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    แต่ถ้าถามว่าสัญญาที่คุ้มครองมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรกเลยมีมั้ยมีคะ แต่คาดว่าคงไม่ได้ซื้อ เพราะไม่เห็นกล่าวถึง ดังนั้นในกรณีนี้ถ้าคุณหมอบอกก่อนการรักษาว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแรกและปรึกษาตัวแทน คุณจะได้คำตอบที่ชัดเจนคะ….แต่ก็อาจจะมีบางกรณีที่ตัวแทนไม่รู้ ไม่ได้บอก หรือบอกแล้วลูกค้าจำไม่ได้เพราะรายละเอียดกรมธรรม์มันเยอะมากจริงๆ ดังนั้นถ้าเจอตัวแทนประกันคุณก็อย่าไปกลัวเลยคะ คุณไม่ซื้อตัวแทนก็บังคับบีบคอคุณไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าคุณให้โอกาสตัวเองรู้จักตัวแทนหลายๆคน พอถึงวันที่คุณจะทำ คุณจะเลือกถูกเองว่าคนไหนไว้ใจได้สำหรับคุณ

  4. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    มาต่อที่การสืบประวัติ ในกรณีนี้พอลูกค้าขอเคลม บ.ประกัน (ย้ำทุกแห่ง) จะทำการสืบประวัติจากโรงพยาบาล (เค้ามีเครือข่ายกันนะคะ คุณแอบไปรักษาไว้ที่ไหน เค้ารู้หมด) เพราะจะมีกรณีที่บางคนเริ่มรู้ว่าตัวเองเป็นโรค แล้วก็แอบมาซื้อประกัน เพื่อจ่ายเบี้ยถูกๆให้บ.ประกัน แล้วให้บ.ประกันจ่ายค่ารักษาแพงๆให้ฮั่นแน่! เห็นมั้ยคะ ว่ามันก็มีกรณีอย่างนี้ ดังนั้นเค้าก็ต้องป้องกันโดยการสืบประวัติลูกค้าก่อนเพราะตอนซื้อ ตัวแทนจะถามประวัติสุขภาพว่าเคยเป็นอะไรมาก่อนมั้ย ถ้าลูกค้าปกปิด กฏหมายระบุชัดให้ถือว่าสัญญาเป็นโมฆียะ (โมคะ) ทันที เพราะถ้ามีประวัติสุขภาพ บ.จะพิจารณาว่าจะเพิ่มเบี้ย หรือจะไม่รับ หรือจะรับแต่ไม่คุ้มครองส่วนที่เป็นมาก่อน….ตรงนี้ให้ความเป็นธรรมกันหน่อยนะคะ เพราะบริษัทประกันไม่ใช่มูลนิธิ แต่เป็นธุรกิจคะ แต่ธุรกิจจะแฟร์ต่อกัน ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ปกปิด

  5. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    มาถึงเรื่องประวัติความดัน…..ความดันเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากในการทำประกันแม่ของดิฉันเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่พบแพทย์ตลอด ซึ่งก็ถูกเพิ่มเบี้ยจ่าย 12000 เป็น 19000 คะ….แต่ในกรณีของคุณ ไม่ได้บอกจนกระทั่งบริษัทสืบค้นพบ นั้นหมายความว่าคุณปกปิดตั้งแต่แรกสัญญาเล่มนั้นมันจึงเป็นโมฆียะไปตั้งแต่วันที่ทำ (ในกรณีนี้บ.มีสิทธิ์ไม่คืนค่าเบี้ยที่จ่ายมา แต่บ.ก็คืน)ถ้าคุณบอก คุณอาจจะโดนเพิ่มเบี้ย แต่คุณไม่บอกคุณจ่ายเบี้ยในอัตราปกติ หมายถึงคุณกำลังเอาเปรียบลุกค้าคนอื่นที่สุขภาพปกติคะ

  6. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    ถูกต้องคะ ความดัน กะ มะเร็งไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ที่มีปัญหาคือ คุณไม่บอกก่อนทำประกันคุณหมอแนะนำได้ในรายละเอียดแต่ในความเป็นจริงคือประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นเท่านั้นเองถ้าคุณบอกว่า "ตอนทำแทบจะก้มลงกราบ พอป่วยก็ถีบหัวส่ง" ตรงนี้ก็ขอแสดงว่าเสียใจด้วยนะคะทีเจอตัวแทนเหล่านั้น และการที่คุณยกเลิกประกันจากบ.หนึ่ง แล้วไปทำอีกบ. ถ้าไม่ใช่เพื่อความศะใจ ก้อนั้นแสดงว่า คุณเห็นความสำคัญของประกัน เพราะฉะนั้น เพื่อความสบายใจ ผู้บริโภคควรศึกษาเรื่องเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของตัวเองบ้างเถอะคะ อย่ามั่วซื้อประกันเพราะช่วยตัวแทนเลย ไม่มีประโยชน์ต่อคุณหรอกคะ

  7. Le temps says:

    ประกันนี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจริงๆเพราะมันเป็นผลประโยชน์กับตัวเราที่สุด เราก็ต้องใส่ใจมากที่สุดคิดถึงนะพี่ต้น

  8. Strange Loop says:

    สมกับเป็นมืออาชีพ!!

  9. Piyapong says:

    โคตรโปรครับ อ่านแล้วมึนตึ้บเลย 5555

  10. tae says:

    ที่อธิบายมาก็ถูกของประกันเค๊าครับ แต่อ่านจบแล้วมีความรู้สึกว่าไม่น่าทำเอาซะเลย เจ็บป่วยจริงๆจะเคลมได้ไหม๊เนี่ย ข้อแม้เยอะมาก หัวหมอสุดๆ
    ตกลงคนแข็งแรงเท่านั้นที่จะได้
    เออ แข็งแรงแล้วจะทำทำไม

    • คนเก็บฟืน says:

      จริงๆแล้วน่าจะคล้ายกับที่ว่า ถ้ารถมีรอยชนอยู่แล้ว แล้วถ้าคุณเป็นบริษัทรับประกัน คุณจะกล้ารับมั้ย อย่างที่ตัวแทนพูด น่าจะความหมายนี้นะคะ คนแข็งแรงก็มีสิทธิ์เจ็บป่วยได้ในอนาคต ถ้ารู้ตัวว่าไม่แข็งแรง ง่ายๆคือ ไปตรวจสุขภาพก่อนทำประกันชีวิตดีที่สุด

  11. AIA says:

    เลวครับ เอไอเอ

  12. gg says:

    http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I11866627/I11866627.html

    ฟ้อง บริษัท A I A ประสบการณ์ในชีวิตของข้าพเจ้า ที่ต้องจดจำ
    ขออนุญาตลงลิงค์เก่าตั้งแต่แรก เพื่อความเข้าใจของคนที่ไม่เคยติดตามเรื่องนี้ค่ะ

    http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2010/09/I9693113/I9693113.html

    http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2011/02/I10270271/I10270271.html

    http://topicstock.pantip.com/social/topicstock/2011/06/U10659650/U10659650.html

    http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2011/10/I11186412/I11186412.html

    (ข้อความต่อไปนี้ คุณทรงกฤษณ ฝากให้ลงกระทู้เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับทุกคนค่ะ)

    ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ เรื่องคอมพิวเตอร์มากนัก จึงขอให้น้องช่วยลงข้อความ กรณีที่ข้าพเจ้าต่อสู่คดี กับ บริษัท AIA ให้ประชาชนได้ทราบ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ เป็นกรณีศึกษา

    เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ จากคดี ที่ข้าพเจ้าฟ้อง บริษัท AIA ข้าพเจ้า จึงขอสรุป เรื่องของ คดีนี้เพื่อประชาชน จะได้ศึกษา เป็นกรณีตัวอย่าง และจะได้มีความระมัดระวังในการตัดสินใจ ที่จะทำประกันชีวิต

    เมื่อ 21 ปีที่แล้ว ในวันที่ 4 สิงหาคม 2532 ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับ ข้าพเจ้า เป็นการประกันชีวิต แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE วงเงินประกันชีวิต 300,000.- บาท ข้าพเจ้า จะต้องชำระเบี้ยประกันชีวิต เป็นรายปีทุกๆ ปีละ 20,301 บาท ระยะเวลา 21 ปี รวมเป็นเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต ที่ต้องชำระทั้งหมด จำนวน 426,321 บาท ซึ่งมากกว่า วงเงินประกันชีวิตถึง 126,321 บาท ( 426,321 – 300,000 = 126,321 บาท )

    โดยตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA นำแผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE ขนาด กระดาษ A4 มีลักษณะเป็นแผ่นพับสี 3 ตอน ติดต่อกัน รวม 6 หน้า มาประกอบการเสนอขายประกันชีวิตให้กับ ข้าพเจ้า

    เมื่อกรมธรรม์ประกันชีวิตของข้าพเจ้า ครบกำหนดสัญญา 21 ปี ข้าพเจ้า ได้รับเงินครบกำหนดสัญญา น้อยกว่าที่ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับ ข้าพเจ้า ตามแผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE ที่ข้าพเจ้า ใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องศาล เป็นคดีนี้

    ทันทีที่ปัญหานี้ เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าๆ บอกกับลูกสาวว่า

    ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพ่อ ครั้งนี้ คงจะไม่ได้เกิดขึ้นกับพ่อเพียงคนเดียว แต่ปัญหานี้ คงจะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ถูกเสนอขายประกันชีวิตเช่นเดียวกันกับพ่อ ทั่วประเทศ

    ปัญหานี้ จึงถือได้ว่าเป็นวิกฤต ทางการเงินของประชาชนเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เป็นปัญหาระดับประเทศ

    เพราะ เป็นเรื่องที่กระทบถึงเงินออม เพื่อความมั่นคงในชีวิตของประชาชน

    ในเมื่อพ่อ เป็นคนแรกที่รู้ถึงปัญหานี้ และ มองเห็นผลของความร้ายแรงของปัญหานี้ก่อนคนอื่น

    พ่อ จะต้องยอมเหนื่อยยากทุกอย่าง เพื่อหาข้อยุติของปัญหานี้ ในแนวทางที่ถูกต้องยุติธรรมให้ได้ ด้วยจิต และ วิญญาณ ของความเป็นคนไทย ที่จะต้องลุกขึ้นมา ปกป้อง ความเป็นธรรมให้กับคนไทย

    บรรพบุรุษของไทยเรานั้น ยอมพลีชีพของตนเอง มาแล้วทุกยุคทุกสมัย เพื่อรักษาประเทศชาติ และปกป้องคนไทย เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข

    พ่อ จึงต้องเป็นคนหาข้อยุติของปัญหานี้ ในทางกฎหมาย เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานในกรณี ที่เกิดขึ้นครั้งนี้

    รายละเอียด เรื่องการฟ้อง บริษัท AIA ขอให้ประชาชน หาอ่านดูจาก เรื่องที่มีคนนำไปลงในอินเตอร์เน็ตไว้แล้ว ทั้ง 3 เรื่อง

    ครั้งแรก ข้าพเจ้า คิดที่จะฟ้อง ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA เป็นจำเลย ร่วมกับ บริษัท AIA

    เพราะ เรื่องของการขายประกันชีวิต ให้กับ ข้าพเจ้า นั้น มี ผู้ที่รู้เรื่องนี้ และ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อยู่ 3 คน คือ
    1. บริษัท AIA
    2. ตัวแทนขายประกันชีวิต ของ บริษัท AIA ที่มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า
    3. ตัวข้าพเจ้าเอง

    ในเมื่อ บริษัท AIA ปฏิเสธ การจ่ายเงินครบกำหนดสัญญา ให้ครบตามที่ ตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท AIA มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า

    เรื่องนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ

    แต่เมื่อ ข้าพเจ้าคิดว่า การฟ้อง บริษัท AIA ของข้าพเจ้าครั้งนี้ เป็นการฟ้อง กรณีที่สัญญาประกันชีวิตครบกำหนดสัญญา แล้วข้าพเจ้าได้รับเงินไม่ครบตามที่ตัวแทนขายประกันชีวิต มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า ตามแผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE

    ข้าพเจ้าเห็นว่า เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่าง ข้าพเจ้าจึงควรที่จะฟ้อง บริษัท AIA เป็นจำเลย เพียงคนเดียว ตามหลักฐานที่มีอยู่ คือ แผ่นพับ แบบสะสมทรัพย์ 21 TMAE และที่ ข้าพเจ้า จะไม่ฟ้อง ตัวแทนขายประกันชีวิตเป็น จำเลย ร่วมด้วย และ จะไม่เรียกตัวแทนขายประกันชีวิต มาเบิกความเป็นพยาน ฝ่ายโจทก์ ด้วย นั้น

    ก็เพราะ ข้าพเจ้า ต้องการสร้างมาตรฐานต่ำที่สุด ในทางพยานหลักฐาน เพื่อที่จะดูว่า ผลของคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร

    ถ้า ผลของคำพิพากษา ออกมาให้ข้าพเจ้า เป็นฝ่ายชนะคดี ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะสามารถเดินตามคดีของข้าพเจ้า ได้ง่ายขึ้น

    เพราะ เป็นที่รู้กันดีว่า ตัวแทนขายประกันชีวิตนั้น น้อยคนนัก ที่จะอยู่ในอาชีพนี้ได้ยาวนาน และการหาที่อยู่ของตัวแทนขายประกันชีวิต หรือการหาตัว ของตัวแทนขายประกันชีวิต หลังจากที่ระยะเวลาผ่านมา 20 กว่าปี แล้ว นั้น ไม่ใช่ เรื่องง่าย รวมทั้งตัวแทนขายประกันชีวิต บางคน ก็อาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้

    ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้า จึงต้องการต่อสู้คดี ด้วยมาตรฐานที่ต่ำที่สุด เพื่อประชาชนจะได้เดินตามได้ง่ายขึ้น ถ้าข้าพเจ้าเป็นฝ่ายชนะ คดี

    แต่พอสืบพยานกันจริง ๆ บริษัท AIA ขอออกหมายเรียก ตัวแทนขายประกันชีวิตที่ขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า มาเบิกความ เป็นพยานฝ่าย จำเลย

    เมื่อถึงวันนัด ไม่มีตัวแทน มาเบิกความ ทนายของ บริษัท AIA แถลงศาลว่า ยังหาตัวแทนไม่พบ ขอเลื่อนคดี ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดี และ พูดว่าต้องการรู้ความจริงในเรื่องนี้

    นัดต่อมา เพื่อให้ความจริงกระจ่าง ข้าพเจ้า จึงไปตามหาตัวแทนขายประกันชีวิต ที่มาขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า ถึงที่ทำงานของตัวแทน ด้วยตนเอง

    ซึ่ง ข้าพเจ้า จำได้ว่า เมื่อ 21 ปี ก่อน ขณะนั้นตัวแทน ทำงานอยู่ที่ รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง จนได้พบตัวแทน และขอให้มาเบิกความเป็นพยานจำเลย ตามหมายเรียกพยานบุคคล ที่ ทนายของบริษัท AIA จำเลย ขอออกหมายเรียกพยานไว้ ซึ่งตัวแทน ก็มาเบิกความ ตามวันที่ ข้าพเจ้า แจ้งให้ทราบ จนการสืบพยานจำเลย เสร็จสิ้น

    เท่ากับว่า คดีของ ข้าพเจ้า นั้น การสืบพยาน มีข้าพเจ้าซึ่งเป็นโจทก์ บริษัท AIA จำเลย และ ตัวแทนขายประกันชีวิตที่มาขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า มาเบิกความ ครบทั้ง 3 คน ที่รู้เรื่องนี้

    จึงถือได้ว่าคดีของ ข้าพเจ้า ที่ฟ้อง บริษัท AIA นั้น จากความตั้งใจเดิม ที่จะสร้างมาตรฐานต่ำที่สุด ในการต่อสู้คดี กลับกลายเป็นมาตรฐานที่สูง ไปโดยปริยาย โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจไว้แต่แรก

    ประชาชน ที่ต้องการจะเรียกร้องความเป็นธรรม โดยการฟ้องศาล จึงควรที่จะรู้เรื่องนี้ไว้ จะได้เป็นประโยชน์ ในการตัดสินใจฟ้องคดี

    ข้าพเจ้า ฟ้อง บริษัท AIA เป็นจำเลย ที่ศาลแขวงพระนครใต้ เป็นคดีผู้บริโภค คดีหมายเลขดำที่ ผบ. 2592 / 2553 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553

    ทุนทรัพย์ในการฟ้องคดีนั้น ข้าพเจ้า ฟ้องเรียกเงินครบกำหนดสัญญาส่วนที่ขาด เป็นเงินจำนวน 36,000.- บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ทวงถามจนถึงวันฟ้อง คิดเป็นเงิน 214.52 บาท ค่าคัดหนังสือรับรอง และค่าถ่ายเอกสาร รวม 480.- บาท ค่าเดินทางไปดำเนินคดีกับค่าเสียเวลา และ โอกาสในการประกอบอาชีพของโจทก์ วันละ 600 บาท ประมาณ 7 วัน คิดเป็นเงิน 4,200.- บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,894.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 40,680.- บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลย จะชำระเสร็จสิ้น

    ที่ข้าพเจ้า ไม่ได้เรียกร้องค่าทนายความ ก็เพราะคดีนี้ ข้าพเจ้า ต่อสู่คดีด้วยตนเอง ถ้าประชาชน จ้างทนายความต่อสู้คดีให้ ก็สามารถเรียกร้องค่าทนายความได้ด้วย

    บริษัท A I A จำเลย ให้การต่อสู้คดีว่า

    “ แผ่นพับในการเสนอขายประกันชีวิตแก่โจทก์นั้น เอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารของจำเลย ”

    “ ทางจำเลย ได้ดำเนินการจ่ายเงินผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ ครบถ้วนและถูกต้องตามสัญญาทุกประการแล้ว ”

    ในส่วนของการต่อสู้คดี และ การสืบพยาน นั้น มีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก จึงไม่ขอกล่าวถึงในขณะ นี้

    คดีนี้ ศาลแขวงพระนครใต้ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ผบ. 2728 / 2554 คำพิพากษา คดีนี้ มีจำนวนถึง 23 หน้า

    จึงมีรายละเอียด ตามคำพิพากษาของศาล เป็นจำนวนมาก ไม่สามารถที่จะนำรายละเอียด ตามคำพิพากษา มาเผยแพร่ได้ทั้งหมด รวมทั้ง สรุปเหตุผลตามคำพิพากษาด้วย

    เพราะ ถ้าประชาชน ไม่รู้รายละเอียดตามคำพิพากษาทั้งหมด แล้วข้าพเจ้า นำแต่ สรุป เหตุผล ตามคำพิพากษามาเผยแพร่ให้ ประชาชนทราบ ประชาชนก็อาจจะตีความกันไปเอง ตามแต่จะคิด ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน

    ตอนท้ายของคำพิพากษาของศาล

    ศาล พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 40,894.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 40,680 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

    เมื่อเปรียบเทียบ จำนวนเงินที่ข้าพเจ้า เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัท A I A จำเลย กับ คำพิพากษาของศาลแล้ว ศาลพิพากษาให้ บริษัท A I A จำเลย ชำระเงินให้ ข้าพเจ้า ซึ่งเป็น โจทก์ เต็มตามฟ้อง

    แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด เพราะ บริษัท A I A จำเลย ได้ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลแขวงพระนครใต้ และ ศาล ได้นำ อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย มาส่งให้กับข้าพเจ้า ในวันที่ 21 มีนาคม 2555 นี้ อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย มีทั้งหมด 16 หน้า

    ซึ่ง หนึ่งในเหตุผล ของการอุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย ข้อหนึ่ง ที่น่าสนใจ ก็คือ

    อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย ในหน้าที่ 11 บรรทัดที่ 1 วรรคที่ 2 ถึงบรรทัดที่ 3 วรรคแรก มีข้อความว่า

    “ อีกทั้งคดีนี้ทางจำเลย ก็ปฏิเสธความถูกต้องของเอกสารหมาย จ. 2 ( หมายถึงแผ่นพับ แบบ สะสมทรัพย์ 21 TMAE ที่โจทก์ ยื่นเป็นพยานเอกสารในศาลของโจทก์ ) นี้มาตั้งแต่ต้น ทั้งตัวโจทก์เอง ก็ไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันว่าจำเลย เป็นผู้จัดทำเอกสารดังกล่าวขึ้นมาแต่อย่างใด ”

    ทำให้คิดถึง เรื่อง ทางการเมืองในอดีต เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่อง ที่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นำเสนอข้อมูลให้ประชาชนทราบว่า โครงการของรัฐบาลโครงการหนึ่ง น่าเชื่อว่า จะมีการทุจริต

    ถ้าข้าพเจ้า จำไม่ผิด เท่าที่จำได้ ผู้นำฝ่ายรัฐบาล ออกมากล่าวทำนอง ว่า

    “ ถ้าฝ่ายค้าน มีใบเสร็จรับเงิน ก็ให้นำมาให้ดู จะจัดการให้ ”

    คำพูดนี้ เมื่อออกอากาศ ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประชาชน เป็นจำนวนมาก มีความรู้สึก ขำ ในคำพูดดังกล่าว และงงว่า การทุจริต จะมีใบเสร็จรับเงิน ได้อย่างไร

    และ คำว่า “ มีใบเสร็จ หรือ เปล่า ” ก็ถูกนำมาใช้ เป็นคำพูดที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ การทุจริตโครงการต่าง ๆ ต่อมาอีกระยะหนึ่ง

    เมื่อ ข้าพเจ้า ทำคำแก้อุทธรณ์ ของ บริษัท A I A จำเลย เสร็จแล้ว ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษา ออกมาอย่างไร ก็จะได้บรรทัดฐานในกรณีนี้ ซึ่งประชาชน ควรที่จะได้ทราบ ถึงผล ของคำพิพากษา ของศาลอุทธรณ์ ต่อไป

    อย่างน้อย คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ในคดีของ ข้าพเจ้า นี้ ก็คงจะเป็นกำลังใจให้กับประชาชนได้บ้าง ในการที่จะรียกร้องความเป็นธรรม ในการฟ้องศาล

    เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลในคดีนี้ จะออกมาอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้า น้อมรับคำพิพากษา นั้น และ ผลของคำพิพากษา ก็จะเป็นประโยชน์ กับประชาชน

    ถ้าคำพิพากษาของศาล เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว พิพากษาให้ข้าพเจ้า เป็นฝ่ายชนะคดี ผลของคำพิพากษา ก็จะสร้างกำลังใจ ให้กับประชาชน ที่ต้องการจะเรียกร้องความเป็นธรรม โดยการฟ้องศาล ได้

    แต่ก็ยังไม่ถือว่า ข้าพเจ้า ทำหน้าที่ ของคนไทย ตอบแทนคุณของประเทศชาติ ด้วยการปกป้อง เงินออม เพื่อความมั่นคงในชีวิต ของประชาชน ที่ควรจะได้รับตามความเป็นจริง ได้สำเร็จ

    ข้าพเจ้า จะปกป้องประชาชนได้สำเร็จ ก็ต่อเมื่อ ประชาชนได้รับเงิน ครบกำหนดสัญญา ไม่น้อยกว่า ที่ตัวแทนขายประกันชีวิต มาเสนอขายประกันชีวิตให้กับประชาชน โดยที่ไม่ต้องฟ้องเป็นคดี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

    เรื่องนี้ เป็นเรื่องของการออมเงิน เพื่อความมั่นคงในชีวิต และ เรื่องนี้ มีประชาชน เป็นจำนวนมาก ที่ได้รับ ผลกระทบ จึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนในวงกว้าง

    บทเรียนที่ ข้าพเจ้า ได้รับ จากการทำประกันชีวิตครั้งนี้ นั้น ก็คือ เมื่อตอนที่ตัวแทนขายประกันชีวิต มาขายประกันชีวิตให้กับข้าพเจ้า เมื่อ 21 ปี ก่อน นั้น ข้าพเจ้า มีความคิดว่า

    การที่ข้าพเจ้า ตัดสินใจทำประกันชีวิต ในครั้งนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และ ข้าพเจ้า คิดว่า ข้าพเจ้า เป็นคนฉลาด ที่ตัดสินใจทำประกันชีวิตไว้

    แต่อีก 21 ปี ผ่านมา หลังจากที่ข้าพเจ้า ผ่านการต่อสู้คดี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม แล้ว

    ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้า มีความคิดว่า ตัวข้าพเจ้า เป็นคนที่โง่ที่สุด ที่ตัดสินใจทำประกันชีวิต เมื่อ 21 ปี ที่แล้ว

    ประเด็นสำคัญ ในการต่อสู้คดีนี้ นั้น อยู่ที่ว่า การต่อสู้คดีนี้ นั้น เป็นการต่อสู้คดีกัน ด้วยความสัตย์จริง ทั้งหมด หรือ ไม่

    ความเป็นจริง ในเรื่องที่เป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้ นั้น เป็นอย่างไร ย่อมรู้อยู่แก่ใจของทุกฝ่ายดี

    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า
    คนโกหก ทั้งที่รู้อยู่ ทำชั่วได้ทุกชนิด
    ข้าพเจ้า ขอฝากบทธรรมนี้ไว้ เพื่อเป็นการเตือนใจ
    ถ้าท่านเชื่อ เรื่อง ผลของกรรม

    เงินที่ประชาชน หามาได้ จากหยาดเหงื่อแรงงาน ในการทำงานที่สุจริต และออมเงินนั้น เพื่อความมั่นคงในชีวิต ไม่ว่าประชาชน จะออมเงิน ในรูปแบบใดก็ตาม เงินออมของประชาชนนั้น เป็นเงิน ที่บริสุทธิ์

    ใครก็ตาม รวมทั้ง ผู้ที่ช่วยเหลือ ผู้ที่สนับสนุน และ ผู้ที่ดำเนินการ

    เบียดบัง เอาเงินออมของประชาชน ที่บริสุทธิ์ ที่ประชาชน ออมเงินไว้ เพื่อความมั่นคงในชีวิต นั้น ไปโดยไม่ชอบ

    ผลของการทำกรรมนี้ นั้น มีผลมาก เป็นกรรมใหญ่ เป็นกรรมหนัก และ ผลของกรรมนี้ จะส่งผล ตามตอบสนอง ผู้ที่ร่วมทำกรรมนี้ ทุกคน ต่อไป ทั้งในชาตินี้ และ ใน ทุกภพ ทุกชาติ

    ทรงกฤษณ ศรีสุขวัฒนา

  13. multiverses says:

    โลกเรามันก็แบบนี้หละคะ ซื้อประกันได้เคลมคุ้มก็ว่าประกันดีแสนดี ซื้อแล้วไม่ได้เคลมก็ว่าไม่คุ้ม ซื้อแล้วเคลมไม่ได้ก็ว่าโกง เป็นตัวแทนมาหลายปีเจอหมดแล้วทุกแบบ แต่แบบสุดท้าย ส่วนใหญ่มันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวรู้ว่าซื้อประกันแล้วจะรอเคลมเลย ปกปิดไม่ยอมบอกตัวแทน พอเค้าไปสืบค้นพบไม่ให้เคลม กลายเป็นการโกง สรุปใครตั้งใจโกงก่อน หึหึ

  14. suanmeesuk says:

    ตอนทำบอกเคลมได้ง่ายไม่ยุ่งยาก นี้แม่ผมหายป่วยออกจากโรงพยาบาลตั้งนานแล้วครับ ยังไม่ได้อะไรเลย พอเดือนที่ 2 ก็บอกให้ไปเอาประวัติที่โรงพยาบาลเพิ่ม ผมไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณจะคุ้มครองและมีหลักการจ่่ายเงินคุ้มครองโรคยังไง พอถึงเวลาป่วยก็บอกอันนี้ไม่คุ้มครองน่ะ อันนี้จ่ายได้ไม่เต็มบ้างล่ะ ถ้าจะยกเลิกประกันภัยก็บอกบริษัทไม่จ่ายเงินคืนบ้างล่ะ เพราะยังไม่ถึงกำหนด แม่งเอ๊ย… กูไม่ทำมันล่ะ เอาเงินไปทำธุรกิจเองดีกว่า ดีกว่าเอามาฝาก AIA ดอกเบี้ย 2 บาท สู้อัตราเงินเฟ้อก็ไม่ได้หรอก สมมุตินะว่าเงิน 100 บาทปัจจุบันที่เราฝากกับเงิน 100 บาทในอีก 20 ปีข้างหน้ามันจะมีราคาเท่ากันมั้ย สรุปเหมือนฝากเงินไว้เฉยๆ ดีไม่ดีอาจขาดทุนด้วยซ้ำไป

  15. เนเน says:

    ส่งมา 10 กว่าปี จะยกเลิกกรมธรร เหลือ ส่วนต่าง 100 กว่าบาท เซ็ง

    • เนเน says:

      แล้วเงินที่ส่งมาเป็น 10 ปีหายไปไหนหมด

  16. อาม says:

    ฟ้องเลยคับ โกงชัดๆ เอาเปรียบผู้บริโภค
    จะขอบอกว่า **เมื่อสิบปีก่อนความดันขึ้น
    บ.จึงขอยกเลิกกรมธรรม์**
    คนเราทุกคน ความดันขึ้นได้หมด
    เช่น นอนไม่หลับ เครียดก่อนสอบ เล่นเกมเยอะฯลฯ
    แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง
    สมมติผมไปวิ่งออกกำลังมา แล้วแวะวัดความดันที่รพ.พบว่าความดัน 140/90 mmhg. ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติไม่ได้แปลว่าผมป่วย คนเราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่มันมีบางกิจกรรมที่ทำให้ความดันขึ้นอยู่แล้ว
    แต่ไม่ได้แปลว่าป่วย เอาเปรียบผู้บริโภคว่ะ
    แน่จึงมึงหรือนอนไม่หลับดูสิ อยากรู้ความดันจะเท่าเดิมไหม

  17. มานี มีนา says:

    ถ้าให้เราพูดถึงเอไอเอ เราว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่เบิกเคลมประกันได้ห่วยแตกที่สุด ทำประกันชีวิต ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วรึป่าว ว่าเป็นประกันชีวิต คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี ในกรมธรรภ์ ระบุบอยู่แล้ว ว่า2ขึ้นไปเบิกเคลมทุนประกันคืนได้เลยในการเสียชีวิตทุกกรณี ทุุนประกันก็แค่ 2ตรวจสอบนานไปรึป่าว ผู้เอาประกัน เสียชีวิตไปสามปีแล้ว ยังไม่ได้เงินคืนเลยสักบาท

  18. ns. says:

    โฆษณาที่ไม่เป็นธรรมของบ.ประกันชีวิต ยิ่งตอนนี้มีโฆษณาที่เราะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เนื้อหาในโฆษณาเน้นย้ำให้เข้าใจเสมอๆ ว่า โทรมาคุยกันก่อนได้ ไม่ยาก อันนี้เถียงใจขาดเลยนะ ขนาดคนอายุ 25 อย่างเราฟังแล้วยังงง ที่บอกว่าเจอตัวแทนแบบนั้นแบบนี้ นั่นแปลว่าการอบรมของบ.ประกันไม่เป็นผลสำฤทธิ์เลยสิ่ ข้อแม้ที่เยอะ กับข้อมูลที่ตัวแทนให้วกไปวนมา ทำความเข้าใจยาก ธุรกิจนี้บางทีก็น่ารำคราญ.

  19. กนกพร แซ่ลิ้ม says:

    ดิฉันทำประกันชีวิตกับตัวแทนประกันไปตอนเข้ามาคุยทำสัญญาตัวแทนประกันถามเรื่องสุขภาพเราแจ้งว่าเป็นโรคหอบหืดประจำตัวแล้วมีประวัติการรักษา ตัวแทนประกันสอบถามต่อว่ามีอาการล่าสุดเมื่อไหร่ 3ปีถึงไหมตอบว่าไม่มีอาการมานานแล้วเกิน3ปีตัวแทนแจ้งว่างั้นไม่ถือว่าเป็นโรคประจำตัวทำได้ไม่ต้องตรวจสุขภาพแต่พอส่งไปจะคบปีเราถามตัวแทนย้ำว่าถ้าพี่เสียชีวิตในโรคประจำตัวทางบริษัทaia จะจ่ายตามสัญญาไหม ตัวแทนแจ้งว่าวันที่ทำสัญญาแจ้งว่าถ้าไม่มีอาการมา5ปีทำได้จ่ายตามสัญญาเลยส่งสัยว่ามันไม่ได้แถลงไปถึงเวลาแพทย์ระบุบเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวหอบหืดเราจะได้เงินไหม(แต่ตอนนี้ส่งไป1ปีกำลังจะส่งปีที่2เลยอยากทราบข้อมูลค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ

  20. อีฟ says:

    ยังไงก็ดูฟังไม่ขึ้น. ที่บอก ว่า. ประกันไม่คุ้มครองมะเร็งระยะเริ่มต้น??
    ต้องรักษาต่อเนื่อง??
    อล้วไอ้ที่บอกตรวจพบจ่าย. 300,000. คืออะไร?????

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s