ต้นส้มแสนรัก กับอุปสรรคด่านที่สอง

หลังจากที่ทำใจแล้วว่าเราจะต้องอยู่โดยปราศจากสัมภาระเป็นเวลาหนึ่งวัน สองสาว "ต้น" กะ "ส้ม" ก็เดินมายังจุดนัดพบ บ.ทัวร์จะมารับที่สนามบินไปส่งโรงแรม แม้จะได้พักที่โรงแรมในคืนแรกแต่ก็ให้เค้ามารับไปส่งที่โรงแรมที่จิมซาจุ่ยใช้บริการให้คุ้ม (งกตลอด) สถานที่ที่เราพักคืนแรก เป็นเกสตเฮ้าส์ ชื่อ Free Walker Guest House  อยู่บนตึกที่ชื่อว่า Sincere House ใครสนใจลองไปหาใน google ดูข้อมูลเพียบ คนไทยไปใช้บริการเยอะมาก บางคนก็ว่าดี บางคนก็ว่าไม่ดี ที่พักราคาถูกอย่างนี้ก็ขึ้นกับโชคของแต่ละคนหละ คนไปรับแสดงความห่วงใยมาก เพราะกระเป๋าเราก็ไม่มีแล้วไอ้ตึก ซินเซียอะไรเนี่ย เค้าก็ไม่รู้จัก เราสองคนก็ไปนินทาเค้าอีก เป็นไกด์อะไรเนี่ยไม่รู้จัก Sincere House คือ เข้าใจไปกันเองไงว่าไอ้ตึกนี้มันคงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนฮ่องกง หารู้ไม่ ความจริงแล้วมันดังเฉพาะในหมู่คนไทยที่นิยมที่พักถูก เพื่อเน้นไปช๊อปปิ้ง 555
 
 ไปสถานีไหนก็จิ้มลงบนแผนที่ได้เลย แล้วราคาก็จะปรากฏออกมา ให้หยอดเหรียญ
 
โชคดีที่เราหนีบไกด์บุ๊คติดตัวขึ้นเครื่อง ใช้บริการ MTR (รถไฟใต้ดิน) จากจิมซาจุ่ย ไป มงก๊ก พยายามทำตัวเนียนๆไม่เป็นบ้านนอกเข้ากรุง เดินตามเค้าไปเรื่อยๆ ก็พบว่าไม่ยุ่งยากอะไร ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่นั้นคล้ายๆบ้านเรา แต่ดีกว่าตรงที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ และราคาก็ไม่แพงมากมายนัก จากจิมซาจุ่ยไป มงก๊ก สามสถานี ก็ 5 เหรียญฮ่องกง ประมาณยี่สิบกว่าบาท คนฮ่องกงเร่งรีบกันมาก อย่าไปเดินตะนอยตามบันไดลงรถไฟฟ้า หรือถนนหนทางที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวเชียว อาแปะ อาเฮีย อาซิ้ม ที่เดินตามจะส่งเสียงเร่ง พร้อมเดินมาประชิดหลัง ประมาณว่าไม่หลบโดนชน คนที่นี่เหมือนอารมณ์เสีย 24 ชั่วโมง บางทีพวกเราก็ยืนด่ากลับเป็นภาษาไทย ช่างมันเถอะ ชาตินี้เจอกันอีกก็คงจำกันไม่ได้ อย่ายอมให้โดนด่าฝ่ายเดียว เกิดเป็นคนไทย ต้องสู้ 5555 ด่าไปก็ยิ้มไปนะ เค้าไม่รู้หรอก
 
ปัญหาที่สองของเราสองคนมิใช่การบริการของโรงแรม หรืออัธยาศัยของเจ้าของแล้วหละงานนี้ เพราะเมื่อผีซ้ำด้ามพลอยจิงๆ ส้ม ดันลืมเอาแผนที่เกสต์เฮ้าส์มา ยังเย็นใจ "ช่างเถอะคงหาไม่ยาก" ความจริงอย่าชะล่าใจเชียว ฮ่องกงเป็นเมืองตึกของแท้เลยหละ แต่หละตึกอยู่กันแนบแน่นยังกะสลัมตึก ทางเข้าก็สังเกตุลำบาก และเนื่องด้วยเราไปถึงในเวลากลางคืนทุกอย่างเลยเป็นใจให้พวกเราได้ทดสอบความอดทน และทนอด 5555 
 
ละแล้วความจริงก็ปรากฎ เราไม่สามารถหาที่พักเจอ ถามใครก็ไม่รู้จักไอ้ตึกที่ว่า สองสาวเดินวนรอบมงก๊ก เดินผ่านตลาด ร้านค้า ย่านช๊อปปิ้ง แต่ด้วยความร้อนใจเรื่องที่พักเลยไม่ค่อยมีอารมณ์สนใจ เวลาผ่านไป หนึ่งชั่วโมง เที่ยงคืนแล้ว ได้เวลาซินเดอเรล่ากลับบ้านร้านค้าทยอยปิด ผู้คนเร่งรีบกลับที่พัก คนฮ่องกงไม่ใช่ทุกคนที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ บางทีเข้าไปถาม วงแตกก็มี (ไม่ใช่ภาษาเดียวกะตรูนี่) โชคดีในความโชคร้าย ถ้ามีกระเป๋ามาด้วยแล้วต้องเดินลากไปลากมา คงไม่โสภาแน่ๆ และโชคดีชั้นสอง คือย่านที่พักเป็นแหล่งช๊อปปิ้ง ผู้คนเลยยังหนาตาแม้จะปาไปเที่ยงคืนแล้ว
 
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง จะหาร้านอินเตอร์เน็ต ไม่มีนะคร้าบบบ ไม่ได้หาได้ง่ายๆเมื่อเมืองไทย จะหาโทรศัพท์สาธารณะ เพราะไม่ได้เปิดโรมมิ่งไป ก็ไม่ได้มีตั้งเรียราดเหมือนเมืองไทยนะคร้าบ หาอะไรก็ไม่เจอสักอย่าง ก็เลยต้องเริ่มหาที่พักใหม่ แม้เราจะโอนตังไปมัดจำแล้ว (แอบเสียดายเงิน) แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่กล้าเข้าไปติด่อที่พัก เพราะดูจากการเชิญชวนด้านนอก "สองชั่วโมง 75 เหรียญ ค้างคืน 150 เหรียญ" เฮ้ย….เข้าไปนอน แล้วเพื่อนข้างห้องจะมาทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันหรือเปล่าวะเนี้ย
 
เอ้าหละต้องหาวิธีสักอย่างเดินวนอย่างนี้ไม่ดีแน่ๆ จะสองชั่วโมงแล้ว ร้านค้าก็ปิดหมด เหลือแต่ เซเว่น อีเลเว่นแล้ว เดินกลับไปยังสถานีรถไฟฟ้า ที่ซึ่งมีตู้โทรศัพท์ เดินมาสองชั่วโมง เห็นมันตู้เดียวจริงๆ โทรหา "ไอ้น้อย" ณ กรุงเทพ เพื่อให้มันเข้าอินเตอร์เน็ต ดูแผนที่ที่พักให้ ได้เบอร์ที่พัก กับคำอธิบายแผนที่ที่ยังไงก็ไม่เข้าใจกัน ฮาาา พยายามโทรไปที่พัก ไร้คนรับ เบอร์ส่วนตัวก็ไม่รับ ทำไงกันดีวะ…..เดินหาตามคำอธิบาย เหมือนง่าย ทุกจุดที่น้อยบอกเห็นหมด ยกเว้นทางเข้าที่พัก เดินไปอีกสองรอบไม่เจอ ต้องเดินกลับมายังจุดเดิม ไอ้ตู้เดิม (ไกลมาก) น้อยยังคงอธิบายแผนที่ด้วยความมุ่งมั่น แต่มันก็ยังหาไม่เจอ….ละแล้วเราก็ตกลงกันว่า เราสองคนเดินดูทุกซอกทุกมุม ของทุกตึกที่น่าจะเป็นไปได้แล้ว ไม่รอดสายตาแน่ๆ ถ้ารอบนี้ยังหาไม่เจอ ต้องหาที่พักใหม่แล้วละ เดินต่อไปไม่ไหวแล้ว จะตีสองแล้ว ละแล้ว ก็เหมือนโม้…..มองข้ามไปยังอีกฟากของถนน ที่เราเดินผ่านมาแล้วรอบหนึ่ง มีแสงไฟรอดออกมาจากด้านใน "ส้ม ข้ามไปดูช่องนั้นกัน ถ้าไม่ใช่ ก็หมดแล้วหละ" แล้วในที่สุด…ถึงคราวเจอ ก็เจอมันง่ายๆ ไอ้ช่องที่เราเดินผ่านมาแล้ว และก็ใกล้สถานที่มากด้วย แต่เราเดินผิดทิศกันไปมาทำให้หามันไม่เจอ แล้วในความมืดขนาดนั้น เหมือนอะไรบังตากันจริงๆ
 
 นี่อะทางเข้าที่พัก หากันในความมืด  นี่คือป้ายชื่อตึก มิน่าไม่มีใครรู้จัก ตัวใหญ่ซะขนาดนั้น
 
พอได้ที่พัก ก็โล่งใจหยุดการเดินพเนจรได้ ตีสองแล้วทำไงดี ข้าวของก็ไม่มีกัน เกสต์เฮ้าส์ก็ไม่มีอะไรให้นอกจากห้องเปล่าๆ สบู่ ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ไม่มีสักอย่าง ชวนส้มไป 7-11 ซึ่งเราก็พบว่า เซเว่นบ้านเค้ามีไว้เพื่อขายของกินสำเร็จรูปมากกว่า ของใช้มีอยู่มุมเล็กๆ ที่ฝุ่นเกาะ ที่สำคัญราคาแพงโคตร สบู่ แปรง ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ว่ามาทั้งหมด รายการละร้อยบาทคร้าบ….ซื้อไม่ลง….ราคากับคุณภาพก็ไม่สมเหตุผลอีก มองหน้ากัน…แล้วความสนิทเริ่มมาแทนที่ความเกรงใจ พร้อมใจกัน "นอนมันทั้งอย่างนี้หละ" 5555 เดินกลับที่พัก มีรถเข็นขายร่มระหว่างทาง คนขายเป็นอาเจ้แก่ๆ ส้มชอบ อยากได้ อารมณ์ช๊อปเริ่มกลับมา ก็ยืนดูด้วยความสนใจ ขอดูแบบนั้นแบบนี้ ก่อนตัดสินใจ ก็ปกตินะไม่ได้ดูเรื่องมากไป แต่อาเจ้เริ่มมีน้ำโห…บ่นเป็นอาเจ้กินหมีที่กินผึ้งอีกที เลยเริ่มหมดรมณ์ หยิ่ง ไม่ซื้อ คราวนี้อาเจ้กินหมีโกรธหนัก คงด่าไล่หลังหละ แต่ดึกแล้วไม่มีคน ไม่รู้เรื่องด้วย ไม่สนใจ บ่นไปเลยเจ้ บ่นให้เหนื่อยเลย เต็มที เต็มที 5555 
 
…แวะกินน้ำเต้าหู้คนละแก้ว คืนนั้นกว่าจะได้นอนก็ตีสองกว่า เปิดแอร์ให้ชุ่ม เย็นแล้วนอนได้ ข้อดีของเมืองนี้คือ ฝุ่นไม่เยอะ ไม่ทำให้อึดอัดตัวมากนัก…หลับไม่สบายนัก แต่ก็หลับกันไปได้….รอดไปหนึ่งคืน…เฮ้อออ ต้นส้มผจญภัยจริงๆ
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. อย่าลืมแผนที่ในการเดินทาง และควรพกสัมภาระบางอย่างติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วย จะได้ไม่ต้องทนนอนเน่าหนึ่งคืน
2. ที่ฮ่องกงมีร้านโจ๊ก 24 ชม. ไม่ต้องกลัวอด (ข้อนี้บอกทำไม 555)
3. คนฮ่องกงไม่ได้พูดอังกฤษได้แทบทุกคนตามที่เค้าว่า
4. เราสามารถด่าเค้ากลับได้ โดยไม่ต้องรู้สึกละอายต่อบาป ถ้าโดนก่อน แต่ควรยิ้มไปด้วย เพราะยังไงก็ถิ่นเค้า เราแค่ทีมเยือนอย่าไปมีปัญหากับทีมเหย้าแบบโต้งๆ
 
 

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

7 Responses to ต้นส้มแสนรัก กับอุปสรรคด่านที่สอง

  1. ต้นตอก่อเรื่อง says:

    เลยได้สนุกกับการเดินสำรวจ ตามหาทางเข้าที่พักกันตั้งแต่คืนแรกเลยเนอะ (โขคดีจริงที่ไม่มีกระเป๋ามาเป็นภาระ)

  2. Strange Loop says:

    ในโชคร้าย ยังมีโชคดี

  3. Piyapong says:

    อ่านแล้วเหนื่อยไปด้วยเลยยังดีที่สุดท้ายก็เจอจนได้ ถ้าไม่เจอนี่จะเป็นยังไง

  4. Reeja says:

    โห…มันมากเลยพี่ต้น ผจญภัยกันจริงๆเดินจนตีสองเลย ^^|| เหนื่อยน่าดูดูจากทางเข้าก็เอ่อ…แบบว่าใหญ่จริงๆ พี่สมควรละ ที่ไม่มีใครรู้จักอะเนอะรออ่านภาคต่อด้วยง่ะ

  5. ChitTey says:

    อ่านแล้วเหนื่อยไปด้วยเลยอ่ะค่ะ

  6. MixZ says:

    3. คนฮ่องกงไม่ได้พูดอังกฤษได้แทบทุกคนตามที่เค้าว่า === อันนี้มีคนยืนยันมาหลายคนล่ะถ้าจะให้ถูกคือ พูดภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติได้ไม่มาก หลายคนพูดได้นะ แต่ไม่กล้าพูด ..ไม่รู้กลัวอะไรของมัน ยังกะคนไทยในบ้านเรา เวลาเจอฝรั่งเลย

  7. Gub says:

    เป็นชั้นเดินถึงเช้าแล้น จะได้ประหยัดค่าที่พักไปอีก 1 คืน คริคริ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s