คุณทุ่มเทเพื่อมันแค่ไหน

……………อ่านเจอมา แล้วชอบ เลยเอามาแบ่งปัน……………….
 
ในการสัมภาษณ์นักเต้นบัลเล่ต์ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา
พิธีกรได้ถามคำถามหนึ่ง ที่ทุกคนอยากรู้มากเลย คือ อาหารอะไรที่นักเต้นบัลเล่ต์คนนี้ชอบมากที่สุด?
นักเต้นผู้นี้มีรูปร่างสวยงาม ผู้คนคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบว่าเป็นอาหารที่เกี่ยวกับสุขภาพ
แต่คำตอบที่ได้รับคือ "ไอครีมซันเดย์" เป็นไปได้อย่างไรที่คนรูปร่างดีเช่นนี้จะโปรดปรานอาหารประเภทนี้
 
พิธีกรกล่าวว่า "น่ามหัศจรรย์มาก คุณทานมันบ่อยแค่ไหน?"……เธอตอบว่า "ฉันไม่ได้กินมา 15 ปีแล้ว"
เธอกล่าวว่า "คุณไม่ได้ถามฉันนี่ว่าฉันกินอะไร แต่ถามฉันว่าชอบอะไร
15 ปีก่อนฉันพบว่าฉันต้องตัดสินใจว่าจะเลือกกินไอศกรีมหรือเป็นนักเต้นบัลเล่ต์ชั้นแนวหน้าของรัฐนี้ดี"
 
……………………..แม้ว่าแท้จริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่ละทิ้งการกินไอติมจะสามารถเป็นนักเต้นบัลเล่ต์ชั้นเลิศได้
แต่มันอยู่ที่ว่าถ้าหากอยากจะเป็นนักเต้นบัลเล่ต์ชั้นเลิศหละก้อต้องเลือกที่จะเลยกินมัน
 
เราจะไม่สรุปว่าได้อะไรจากเรื่องนี้….แต่เรารู้ว่าเราได้อะไร…เราจึงอยากให้เพื่อนๆอ่านบ้าง…ไม่แปลกถ้าอ่านแล้วจะคิดต่างกัน

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

12 Responses to คุณทุ่มเทเพื่อมันแค่ไหน

  1. Piyapong says:

    เราได้อะไรมา เราเสียอะไรไป

  2. Strange Loop says:

    ไอศกรีมค้างเติ่งในหัวมาสิบห้าปี

  3. hud says:

    พี่คิดว่ามันอยู่ที่การชั่งน้ำหนักว่าเราจะให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่ากันเช่นการเลือกที่จะเป็นนักเขียน อาจแลกมาด้วยการโดดเดี่ยว อะไรทำนองนั้นแต่พี่คิดว่า การเป็นนักบัลเล่ต์มันต้องถึงกินไอศครีมไม่ได้เชียวหรือ?

  4. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    ….ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกคะที่เราจะคิดว่า ทำไมเค้าถึงต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นเพราะเราอาจจะเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม…และเค้าเป็นคนส่วนน้อยเช่นกันที่ได้ในสิ่งที่ตั้งใจตอบพี่ฮัดก่อน…ในกรณีนี้ไม่น่าจะเป็นว่านักบัลเล่ต์กินติมไม่ได้…แต่เธอคนนี้คงคิดว่าถ้ายังคงกินซันเดย์ที่โปรดปรานอยู่ (ซึ่งเธออาจจะกินมันทุกวัน) เธอคงไม่สามารถมีรูปร่างที่ดีได้…จากเรื่องเธอเป็นนักบัตเล่ย์ที่รูปร่างสวย…แต่เธอก็อยากเป็นนักบัลเล่ย์ที่เก่ง…เธอจึงต้องเลือก..คิดว่างั้นนะ…ถูกของพี่ฮัดว่าหละ เราต้องชั่งน้ำหนัก…แต่คนส่วนใหญ่ พอชั่งเสร็จ ก็เลือกความสบาย ความเคยชินแต่อยากได้ความสำเร็จ ซึ่งมันค่อนข้างสวนทางกัน…แบบอยากรวย แต่ไม่ทำงาน อยากได้ แต่ไม่อยากลงทุนอะไรเทือกนั้นหละ..

  5. ATISA says:

    ใช่ค่ะ.. เมื่อเรายอมเสียสิ่งนั้นไป แล้ว เราจะได้อะไรมา คุ้มไม๊ ที่เราจะทุ่มเท

  6. Who am i says:

    อาหารที่ชอบตอนเด็ก ตอนโตกลับไม่ชอบอาหารที่ไม่ชอบตอนเด็ก ตอนโตกลับชอบ…เกี่ยวกับเอนทรี่นี้มั้ยเนี่ย เกี่ยวมั้ย 555+เอาใหม่..ขอแก้ตัว 555+นึกถึงเพลง "ได้อย่างเสียอย่าง" ของพี่ป้อม อัสนี วสันต์ โชติกุล (เข้ามะ เข้ามะกะเอนทรี่นี้ อิอิ)

  7. sampaquita says:

    ชอบ บาสกิ้น-รอบบิ้นส์ รสชาเขียวครับไม่ได้ทานมา 4 เดือนแล้วเพราะเลือกแล้วว่าจะอยู่ที่นี่ซึ่ง.. มันไม่มีขาย T_T

  8. Le temps says:

    จุ๋มทำแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ T^T..ต้า ที่โน่นไม่มีขายหรอวะ?vv

  9. sampaquita says:

    ไม่มีนะหรือไม่ก็ไม่เคยเห็นมาแล้วก็ทำให้กินสิเหมือนที่เคยทำให้น่ะ vv

  10. Puii says:

    โอ้ย..นาทีต่อนาทีเครียด

  11. กานดา says:

    มีเพื่อนคนนึงที่เป็นคนทำหนังสือด้วยกัน แนะนำคำถามสัมภาษณ์ที่ควรถามบุคคลที่เราสัมภาษณ์หากมีโอกาสว่า"กว่าที่คุณจะมาถึงวันนี้ คุณได้อะไรมาและต้องแลกอะไรกับมันบ้าง?" การแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เท่าเทียม อาจไม่ได้มีแต่ในวิชาการเล่นแร่แปรธาตุเหมือนที่ในการ์ตูนเรื่องแขนกลคนแปลธาตุระบุไว้เพราะในเรื่องจริง การที่เราจะไอไรบางอย่างมาเราก็ต้องเสียใยสิ่งที่เท่าเทียมหรือมากกว่าจริงๆนั่นแหละ

  12. Miss Sally says:

    ถ้าให้เลิกกินปลาหมึกย่างเหรอ ….. โอยยยย ไม่อยากจะคิด T____T

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s