ว่าด้วยเรื่องพฤติกรรม

ส่วนหนึ่งจาก แล็คเช่อร์….(เพิ่งไปค้นกล่องเก็บหนังสือมา)….ใครอ่านจบแล้วเข้าใจบ้าง ช่วยบอกหน่อยนะ…5555
ไม่ต้องบอกว่ากระแดะมาก ที่จดไทยคำอังกฤษคำนะ เพราะนี้เป็นวิชาของวรเรณ ต้องให้วิชาหูฟัง มือกระดิก สมองประมวล แล้วจดเป็นไทย
ยังสงสัยอยู่ว่าแปลถูกมั้ยอะ……..
 
Darwinian selection ไม่สามารถนำมา apply ใช้กับ behavior ได้ เพราะ A help B ตามกฎ Darwin จะมีผลให้ B มี fitness เพิ่มขึ้น ส่วน A จะมี fitness ลดลง
 
ตัวอย่าง A มีรถเบนซ์ 3 คัน และเป็นคนใจดีมาก B คนข้างบ้านไม่มีรถ A จึงให้รถ B ใช้ ถ้าเป็นไปตาม Darwinian selection A จะต้องหายไปจากสังคม แต่
ในความเป็นจริงแล้ว ในสังคมก็มีคนอย่าง A อยู่มาก 
 – A แสดงพฤติกรรม ช่วยเหลือ B เพราะ A มี "helping gene" (เสียงในฟิลม์…งงมั้ยหละ นอกจากไอ้ helping gene ยังมี selfish gene ด้วยนะ)
และเป็นที่มาของ helping behavior ซึ่งการเกิดไอ้พฤติกรรมนี้ก็มีหลัการอยู่ว่า จะช่วยใครก่อน ก็จะดูจากความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด ทาง genetic
 
และเป็นที่มาของทฤษฏี "kin selection" มีสูตรด้วยนะจ๊ะ…… benefit/cost > 1/coefficient of relation (b คือสิ่งที่จะได้ c คือสิ่งที่ต้องลงทุนเพื่อช่วยเหลือ)
 
ตัวอย่าง ให้ลูกพี่ลูกน้องยืมเงิน 10000 บาท คาดว่าจะได้คืน 1000 บาท (รู้แล้วจะให้มันยืมอีกนะ….) ถามว่าเราจะให้เขายืมมั้ย ด้วยเหตุผลอะไร
จากสูตร
benefit/cost > 1/coefficient of relation ……จะได้ 1000/10000>1/(1/8)……. coefficient of relation ของลูกพี่ลูกน้องคือ 1/8 ถ้าเป็นพี่น้องแท้เป็น 1/2
ดังนั้น ตามสมการ
1/10<8 จากสมการ…..ไม่ช่วย (ต้องมากกว่าถึงช่วย)
1/10<2 พี่-น้องแท้ๆก็ไม่ช่วย เพราะค่าซ้าย<ขวา
สรุป…..ถ้าเป็นไปตามตัวโจทย์ด้านบน ก็จะไม่ให้ยืม แต่ทั้งนี้ถ้าต้องเลือก เราจะเลือกที่จะช่วยพี่น้องตัวเองก่อน
ดังนั้นจึงมีทฤษฎี Reciprocal altruism มาช่วยอธิบาย ว่าในกรณีนี้ตามสูตรไม่น่าจะให้ยืม แต่ถ้าจะให้ยืมก็น่าจะเป็นเพราะช่วยเขาเพราะหวังว่าเขาคงช่วยเราตอบแทนบ้าง…..แต่มีเงื่อนไขว่าถ้ามีการพบว่าเกิดการโกง (cheating) ขึ้น….จะไม่ช่วยอีก
 
…………………………………….คอฟฟี่ เบรค…………..เย เย……ง่วงจะแย่แล้ว……………………….
 
 
 
 
 

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

19 Responses to ว่าด้วยเรื่องพฤติกรรม

  1. กุ้งกะต่อม says:

    เหมือนจะเข้าใจ

  2. Miss Sally says:

    มันเหมือนการผสมผสานหลายวิชาเข้าด้วยกันเลยเนอะ นาไม่เคยเรียนเรื่องพวกนี้หรอก แต่เท่าที่ดู มันเหมือนเป็นหลักของทางเศรษฐศาสตร์มากกว่านะ ทั้งๆที่ชื่อเป็นเรื่องของพฤติกรรม มีเรื่องยีนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มันก็เหมือนเป็นแค่ทฤษฎีเฉยๆอ่ะ ว่าการที่ เอช่วยบี เพราะมียีนแห่งการช่วยเหลือ แต่ก็อีกนั่นแหละ มียีนแห่งการช่วยเหลือ ก็มียีนฝั่งตรงข้ามด้วยเหมือนกัน 55 อันนี้เป็นวิชาสังคมชีว กันไป ไม่เข้าใจก็ตรงที่ว่า ทำไมเอช่วยบี ถึงต้องหายไปจากสังคม ในเมื่อการช่วย ไม่จำกัดว่าจะต้องให้หมด แต่เป็นการให้เพื่อหวังผลตอบแทน แถมจำกัดเครดิตในการให้อีกตะหาก เพราะงั้น มันน่าจะเป็นไปตามสัดส่วนมากกว่า ที่จะหายไปจากสังคมนะต่อมา อันนี้น่าทึ่งมาก คือมันต่อเนื่องกะด้านบน เอาพวกประสิทธิภาพทางความสัมพันธ์เข้ามาคิดด้วย ทำยังกะคำนวณความสามารถของเครื่องจักรเลยอ่ะ (คำควณมาแล้วห้ามเกิน 1 แต่ยิ่งใกล้ 1 มากเท่าไหร่ แสดงว่าประสิทธิภาพยิ่งดีขึ้นเท่านั้น) พอไปประยุกต์กะเรื่องเศรษฐศาสตร์ ก็กลายเป็นผลประโยชน์ต่อการลงทุนกันไป สุดยอดมากเลยอ่ะ สูตรอะไรงี้ เหมือนกันเด๊ะเลย แล้วแบบนี้ จะมีเปรียบเทียบผลการลงทุนมั้ยอ่ะ ทำเป็นโครงการ โครงการไหนให้ผลประโยชน์ตอบแทนมากที่สุด ก็ให้ผลการลงทุนกับโครงการนั้น แบบที่รัฐบาลเอามาใช้คิด เวลาจะสร้างถนน รึว่าขุดลอกคูคลองรัยแบบเนี่ยะ นาว่าน่าจะมีแน่เลย แต่ว่า ยังแปลสมการเรื่อง ผลประโยชน์ต่อเงินลงทุนที่ต้องมากกว่าสัดส่วนประสิทธิภาพไม่ขาดเท่าไหร่ มันน่าจะมีรัยมากกว่าที่นาพูดๆมา ต้องไปโยงกะเรื่องรัยอีกแน่เลย ^^ชอบอ่ะ เจ๋งดี อยากเรียนแบบนี้บ้าง ประยุกต์หลายวิชาดีจัง ^^

  3. Miss Sally says:

    รู้และ ไม่มีรัยมากเลย เหมือนจะมุ่งเกี่ยวกะการลงทุนอย่างเดียวเลยอ่ะ ว่า ทำยังไงก็ได้ ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วก็เสียผลประโยชน์ให้น้อยสุด ไอ้เรื่องความสัมพันธ์ ไม่ได้เกี่ยวรัยเลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงินทุนแล้วก็ผลประโยชน์ เหมือนบอกเรากลายๆเลย ว่า ไม่ว่าจะลงทุนไรไป ต้องหวังผลตอบแทนมากๆๆๆๆ ยิ่งมากกว่าเงินลงทุนได้เท่าไหร่ยิ่งดี โห โยงไปเรื่องดอกเบี้ยได้อีก พอผลประโยชน์สูง คอสต่ำ ยังงัยก็น่าเข้าไปช่วยเหลืออยู่แล้ววว ไอ้เรื่องสัดส่วนประสิทธิภาพเนี่ย ก็แค่เป็นตัวช่วยเร่งการตัดสินใจ แค่นั้นเอง โอ้ววววววว ไม่รู้ถูกป่าว นู๋มั่วอ่ะ ^^ปล. วิชารัยอ่ะค่ะ น่าสนุกดีอ่ะ ^O^

  4. Strange Loop says:

    จากสมการ ค่า benefit/cost ย่อมมีค่าน้อยกว่าหนึ่งเสมอ (โดยปกติ กำไรคงไม่มากกว่าทุน) เช่นตัวอย่างที่ยก ไม่มีเบเนฟิท ติดลบเสียด้วย น่าจะเป็น -9000/10000 หรือ -9/10 ซึ่งก็น้อยกว่าหนึ่งถ้ากำไรยี่สิบเปอร์เซนต์ ก็ได้ 2/10 หรือ 1/5 ซึ่งน้อยกว่าหนึ่งอีกฝั่งของสมการขนาดคนชิดเชื้อที่สุดยัง ได้ 2 เอง ไม่มีหนึ่งดังนั้นสรุปได้ว่าถ้าใช้สมการนี้ ไม่มีทางให้ใครยืมแน่นอน…พฤิกรรมการให้ยืม ยังอาจเกิดจากการให้ยืม เพราะความกดดันจากสังคมอีกด้วยเข้าใจอย่างเนี้ยอ่ะต้น ถูกป่าวก็ไม่รู้

  5. Le temps says:

    อ่า… เหมือนจะมีูสูตรทุกอย่างเลย

  6. Tassanee says:

    ว้า พูดเรื่องสมการ ทำเรางงเลย คิดไม่ตามสูตร รู้แต่ของเรา ไม่ให้ใครยืม = ไม่มีมีจะให้

  7. Who am i says:

    งง อย่างแรง คอฟฟี่ เบรค ก่อนดีกว่า 555+

  8. hud says:

    สมองเราเป็นอะไรไปเนี่ย

  9. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    สรุปว่า….เราก็ลืมไปหมดแล้ว 5555เรื่องของเรื่องมันมีประเด็นอยู่ที่ว่า พฤติกรรมของสัตว์ (โดยเฉพาะคน) ในระดับปัจเจกมีปัจจัยมาจากอะไร ระหว่าง พันธุกรรม หรือ สิ่งแวดล้อม ตอนเรียนมันก็สนุกอยู่หรอกเพราะเวลามีคำถาม เราก็ต้องหาหลักฐานมารองรับการอธิบาย….แต่สุดท้าย (อันนี้คิดเองจิงๆนะ)ก็สงสัยว่าแล้วไอ้สมมติฐาน กะ ไอ้ทฤษฏีเหล่านี้มันถูกแน่หรือ…ตอนเรียนนี่นั่งเถียงในใจตัวเองบ่อยๆเห็นมะเรียนมากไป เริ่มฟุ้ง….ดีนะไปดันทุรังเรียนเข้าไปอีก….55555

  10. hud says:

    ลองพยายามเข้ามาอ่านให้ละเอียดอีกรอบก็ยังงงึคิดว่า อาจเป็นอย่างนี้ คือ มันอาจต้องใช้พื้นฐานความเข้าใจอื่นๆมาประกอบ เช่นความรู้พื้นฐานปูพื้นก่อนมาต่อยอด

  11. Miss Sally says:

    เห็นเมนท์พี่ฮัทแล้วสะอึก 5555 (เพราะเราไม่มีความรู้เต็มๆ><!)ไม่มีความรู้ก็ต่อยอดได้นะพี่ฮัท (แบบผิดๆ อิอิ)

  12. ต้นไม้ใต้จักรวาล says:

    ก็น่าจะใช่…เพราะนู่ใช้เวลาเรียนตั้งหลายปีไอ้นี่แค่ย่อหน้าหนึ่งของแล็คเช่อร์….แต่พี่ฮัดไม่ได้เรียนวิชา genetic หรือไง….เป็นวิชาที่สุดยอดมั่กๆ…ทฤษฏีเพียบ

  13. hud says:

    ไม่ได้เรียนจ๊ะ นู๋นา

  14. Miss Sally says:

    มั่ว พี่ฮัทมั่ว คนถามว่าพี่ไม่ได้เรียนหรือไงน่ะพี่ต้น ไม่ใช่นู๋ซะหน่อยส่วนพี่น่ะ นู๋พอจะรู้ว่า คงไม่เรียน ก็เราเรียนคณะเดียวกัน วิชานี้มันมีให้ลงที่หนาย ><!

  15. Miss Sally says:

    เซรงเลย ไปดีกว่า พี่ฮัทเน่า!!!!! ยังจำกันไม่ได้ซักที ="=

  16. hud says:

    เออๆ โทษที แบบดูสลับกันไปมาตามันลาย ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้

  17. EDDY MEKING says:

    ถ้าไปซื้อของที่ตลาดแล้วใช้ทดลองใช้ทฤษฎีที่เรียนมาคงไม่ได้ของถ้าต้องตัดสินใจไปเที่ยวต่างประเทศสิ่งที่เรียนมาคงใช้ได้เพราะต้องเก็บตังถ้าต้องเลือกคู่นักวิจัยที่รู้จักมักต้องอยู่คนเดียวตลอดชีวิตเพราะมัวแต่เลือกสูตรที่เหมาะสมถ้าต้องใช้ชีวิตขาสองข้างต้องเดินจะเดินหน้าถอยหลังหรืออยู่กับที่คือต้องเต้นรำให้ถูกจังหวะเพลงชีวิตที่ลิขิตเอง……บินไปไหนไม่พ้นhttp://www.imeem.com/people/0XkaM8L/music/h0Zh-BXT//

  18. Panisara says:

    เดี๋ยวมาอ่านใหม่นะต้นไม่เคยเรียนวิชานี้….งงได้อีก…ตอนนี้สมองก็ไม่ค่อยว่างซะด้วยสิ…ไม่คอฟฟี่ เบรค แต่หิวแล้ว ไปกินข้าวก่อนดีกว่า…

  19. Miss Sally says:

    55 ยังไม่ทันไร พี่ฮัทตาลายซะแล้ว ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s