ตำนานการอพยพสัตวป่า และการทำงานของสืบ นาคะเสถียร

วันนี้เรื่องเศร้าหน่อยนะคะ เป็นเรื่องประวัติของพื้นที่ และที่มาของเขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภา ที่เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะเคยไป แต่จะมีสักกี่คนที่รู้เรื่องราวอันน่าเศร้าและโศกนาฎกรรมของพื้นที่แห่งนี้
 
"เชี่ยวหลาน" เป็นชื่อแก่งน้ำแห่งหนึ่งในบริเวณคลองแสง ซึ่งเป็นคลองที่มีน้ำเชี่ยวมากที่สุดในฤดูน้ำหลาก สองฟากฝั่งคลองด้านหนึ่งคือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง ส่วนอีกด้านเป็นที่ตั้งของอุทยาน แห่งชาติเขาสก
ผืนป่าบริเวณนี้นับว่าอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี อยู่บริเวณรอยต่อ สามจังหวัด ของภาคใต้ คือ ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี แต่บัดนี้พื้นที่ป่าดงดิบนับแสนๆ ไร่ ได้จมอยู่ใต้น้ำลึกเกือบ 100 เมตร กลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ อันเกิดจากโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน สำหรับผลิตกระแสไฟ เมื่อสายน้ำ ในคลองแสงที่เคยไหล ตามธรรมชาติถูกปิดกั้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ก็ทำให้น้ำไหลเอ่อสองฝั่งตาม หุบเขา ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ไหลบ่าท่วม ป่าใหญ่ จมหายไป ส่วนที่เป็นเนินเขา และภูเขาก็ถูกตัดขาด แบ่งแยกเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย มากมายถึง 162 เกาะ สัตว์ป่านานาชนิดไม่สามารถอพยพหนีตายได้ทันสัตว์ที่ติดอยู่บนเกาะไม่อาจช่วยเหลือ ตัวเองได้ ต้องพากันจมน้ำหรือ อดอาหาร ตายอย่างทรมานในที่สุด ส่วนที่ยังไม่ตายก็ต้องประสบกับความทุกข์ทรมารเนื่องจากแหล่งอาหารและที่พักพิง ในยามที่แดดร้อนระอุและความหนาวเย็น ของลมฝนที่พัดกระหน่ำเกือบทุกวันเพราะต้นไม้ที่เหลือ อยู่บนเกาะก็กำลังจะตาย ใบหลุดร่วงสาเหตุ จากรากที่ดูดซึมน้ำต้องแช่อยู่ใต้ ระดับน้ำทำให้รากเน่า และเป็นที่มาของ…..เรื่องต่างๆเหล่านี้ 
"ในปี ๒๕๒๙ ได้มีโครงการหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือโครงการอพยพสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกน้ำท่วม อันเป็นผลมาจากการก่อสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่ทำให้ป่าดงดิบผืนใหญ่อันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาสก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จำนวนแสนกว่าไร่ ต้องจมน้ำกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ส่งผลให้มีสัตว์ป่าจำนวนมากกว่า ๓๐๐ ชนิด อาทิ เลียงผา สมเสร็จ ชะนี ค่าง เสือลายเมฆ ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกหว้า ที่หนีน้ำไม่ทันต้องติดตามเกาะ หรือหนีน้ำขึ้นไปอยู่ตามยอดไม้ รอวันตายเพราะขาดแคลนอาหาร "

ภารกิจของโครงการฯ คือ อพยพสัตว์เหล่านี้ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย
ไสว วังหงษา หัวหน้าส่วนวิจัยสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ลูกทีมคนหนึ่ง เล่าให้ฟังเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีก่อนว่า "เรามีความกดดันหลายอย่าง เครียดมาก บางคนว่ายน้ำไม่เป็น บางครั้งไม่รู้พื้นที่ แต่อะไรที่คนงานทำ พี่สืบก็ทำ
บางครั้งเราลอยคอไปจับสัตว์ด้วยกันในน้ำ พี่สืบจะมองตลอดเวลาว่า ในแต่ละวันที่ผ่านไปสัตว์มันทรมานทุกวินาที เพราะต้นไม้ที่เคยเขียว พอน้ำท่วมมันก็จะค่อย ๆ ตาย สัตว์ที่ติดเกาะยิ่งวันน้ำยิ่งขึ้น พื้นที่ยิ่งบีบ ก็จะยิ่งอดอยาก เพราะฉะนั้นต้องทำงานทั้งกลางวันกลางคืน พี่สืบแกรับผิดชอบสูงเลยทำทั้งกลางวันกลางคืน แกมักพูดเสมอว่า เมื่อใดเราช้าไปชั่วโมงหนึ่ง สัตว์หลายตัวอาจจะตาย.."

"มีครั้งหนึ่งผมจำได้แม่น มีค่างติดที่เกาะแห่งหนึ่ง พื้นที่ไม่ถึง ๒ ไร่
เป็นภูเขา ต้นไม้ก็ตายไปเรื่อย ๆ รากมันเน่า เราพยายามหลายครั้งที่จะจับค่าง
บีบพื้นที่ให้เล็กลง เราเสียเวลาเกือบทั้งวัน ทำอย่างไรก็ไม่ได้
ผมเข้าใจว่าพี่สืบแกคงมองว่าถ้าปล่อยไว้ต่อไปมันต้องอดอาหารตาย
วันนั้นแกเลยยิงค่างตัวนั้นตายด้วยมือของแกเอง
..ถ้าอยู่ไปก็ทรมาน แกเลือกที่จะให้มันไปสบาย ผมรู้ว่าแกเสียใจ พวกเราก็เสียใจ"

"วันหนึ่งขณะที่เราผูกเรือกับตอไม้กลางทะเลสาบ เพื่อช่วยชีวิตชะนีตัวหนึ่ง
…ปรากฏว่างูจงอางสีดำมะเมื่อมขนาดลำข้อมือ ยาวร่วม ๓ เมตรพุ่งทะยานออกมาจากโพรงในตอไม้
ทุกคนบนเรืออ้าปากค้างด้วยความตกใจ และโล่งอกเมื่องูจงอางพุ่งลงน้ำ
หากใครโดนงูกัดคงไม่มีทางรอด งูจงอางไม่ใช่งูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
แต่ปริมาณพิษของมันเยอะมาก เพียงพอที่จะทำให้ผู้ถูกกัดตายได้ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
และระยะทางจากเรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคงไม่ต่ำกว่า ๖ ชั่วโมง

"ตามมันไป จับมันให้ได้" หัวหน้าโครงการฯ สั่งการทันทีพร้อมเสียงสตาร์ตของเครื่องยนต์
ที่เร่งเครื่องสุดกำลังดังกระหึ่มขึ้น งูเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำเร็วมาก โดยเฉพาะจงอางที่พริ้วน้ำได้ดี
เราขับเรือคู่ขนานไปกับจงอาง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตวัดสวิงขนาดใหญ่ ที่มีด้ามยาวเป็นพิเศษตักงูไว้
แต่ความยาวของงูก็ทำให้เกิดปัญหา ขณะกำลังจะยกสวิงเข้ามาในเรือ
จงอางสะบัดตัวอย่างแรงพุ่งออกจากสวิงอีกครั้ง ตกลงน้ำเฉียดเรือไปนิดเดียว
พวกเราทุกคนถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่ง กับการผจญภัยที่ใกล้ความตายเข้าไปทุกที

สืบไม่ละความพยายาม เขาบอกว่า หากไม่ช่วยชีวิตงูก็ตาย เพราะไม่มีทางว่ายไปถึงฝั่งที่ห่างไกลได้
มันจะหมดแรงตายเสียก่อน คราวนี้เมื่อเรือแล่นไปทันมัน เราสามารถใช้สวิงจับมันขึ้นมาอยู่บนหัวเรือได้สำเร็จ

คราวนี้ทุกคนหันหน้ามามองกันเลิกลั่ก ใครจะเสี่ยงตายเป็นคนจับงูพิษยัดใส่กระสอบ…
ยังไม่ทันไร สืบใช้มือกดหัวจงอาง เจ้าจงอางใช้เขี้ยวพิษกัดสวิงอย่างแรง
พร้อมทั้งปล่อยน้ำพิษสีเหลืองใส ๆ ไหลเยิ้มออกมาจนหมด
จากนั้นพวกเราช่วยกันพลิกสวิงงูออกจากตัวงู
และจับมันใส่ถุงกระสอบ ใช้เชือกผูกมัดแน่นหนา
…..หลังจากนั้นไม่นาน สืบก็บอกพวกเราว่า "ผมก็เพิ่งหัดจับงูพิษเป็นครั้งแรกในชีวิต"

"นอกจากสัตว์ป่าที่น่าสงสารเหล่านี้จะต้องประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมแล้ว
ยังต้องเผชิญกับมนุษย์ที่เห็นแก่ได้บนความทุกข์ยากของสัตว์ป่า
ที่คอยจ้องไล่ล่าสัตว์ป่าเหล่านั้น โดยไม่สำนึกถึงบาปกรรม
…เสียงปืนที่ดังก้องกังวานอยู่ในหุบเขาของอ่างเก็บน้ำคลองแสง
มันฉุดกระชากความรู้สึกของคนที่กำลังช่วยชีวิตสัตว์ป่า
วันหนึ่งเราได้พบซากสมเสร็จที่ถูกชำแหละเอาเนื้อไปแล้ว
….คงเหลือแต่คราบเลือดสีแดงสดอยู่บนพื้นดิน
ประกอบกับส่วนเครื่องในที่ถูกโยนทิ้งพร้อมกับอุ้งตีนอีกสี่ข้างที่ถูกโยนทิ้งลงน้ำ
พวกเราออกค้นเรือทุกลำในคลองแสง หวังจะได้พบซากสมเสร็จตัวนั้น
จนรุ่งเช้าของวันใหม่ก็ยังไม่พบ เราไม่ย่อท้อ ตามไปถึงที่สุดที่จะเล่นงานพวกใจทราม…
ใต้ท้องเรือลำนั้น มือและสกปรก เราฉายไฟกราด ใช้มือล้วงลงไปควานหาหลักฐานที่น่าสงสัย
แล้วเราก็พบไส้สมเสร็จ ที่ยาวกว่าหนึ่งเมตรปนคราบน้ำมันหลงเหลืออยู่ใต้ท้องเรือ…"

ผู้ใกล้ชิดรู้ดีว่า แววตาของสืบจะปวดร้าวมาก เมื่อเห็นสัตว์ตายไปต่อหน้า
หลายครั้งที่เขาพยายามเก็บพืชป่า มาให้ชะนีให้ค่างกิน
แต่มันไม่ยอมกินเพราะความเครียด เขาโกรธจัดที่เห็นเนื้อสัตว์ป่าที่ชำแหละแล้ว
ในเรือของพรานที่ตรวจพบ และหลั่งตาทุกครั้งที่พยายามผายปอดช่วยชีวิตเลียงผา
และกวางที่ช่วยขึ้นมาจากน้ำ แต่ต้องตายไปต่อหน้า เพราะความหิวโหยและความอ่อนเพลีย

ประสบการณ์การทำงานครั้งนี้ได้ทำให้สืบตระหนักดีว่า การอพยพสัตว์ป่าครั้งนี้
ไม่สามารถช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้เลย ยังมีสัตว์จำนวนมากที่ตายไปจากการสร้างเขื่อน
….เขาสรุปไว้ว่า

"ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน เป็นกระบวนการทำลายแหล่งพันธุกรรม
ตลอดจนแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่า
ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของผืนป่าทั้งหมด ที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นมาใหม่ได้"

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

4 Responses to ตำนานการอพยพสัตวป่า และการทำงานของสืบ นาคะเสถียร

  1. Who am i says:

    น้องต้นเอาเรื่องนี้มาเขียนแล้วพี่น้ำตาไหล
    คิดถึงสืบ นาคะเสถียร
    ตอนที่ไปออกค่ายอาสาที่ห้วยขาแข้งนั้น เขาเพิ่งเสียได้ไม่นาน
    จะมีใครรักป่าจริงจังเหมือนเขาอีกมั้ย

  2. Strange Loop says:

    ยาวเหมือนกันแฮะ
    ไม่ยักมีบทคัดย่อ..
    อิ อิ
     
    คุณสืบ นั้นเป็นคนทำงานเพื่อป่าจริงๆ
     

  3. tean says:

    บางครั้งคนก็สร้างความสบายบนความทรมานของอีกหลายๆชีวิต
    แย่จริง

  4. Le temps says:

    สมัยนี้ยังจะหาคนที่มีอุดมการณ์แบบนี้อีกได้มั้ยนะ 
     
    อ่านแล้ว อยาก(กล้าที่จะ)ลุกขึ้นมาทำสิงดีๆ  สิ่งที่เชื่อ  มั่งจัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s