เมื่อฉันถูกถีบลงน้ำ…ฉันเลือกที่จะยื่นแก้มอีกข้างให้เค้าตบ

แวะเวียนเข้าไปเยี่ยนพี่วินทร์ที่บ้าน (www.winbookclub.com) พบบทความถูกใจ
โดนใจ จี้ใจ(ดำ) ไปหลายเรื่อง
 
เริ่มจาก ‘แก้มอีกข้างหนึ่ง’ กล่าวด้วยการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแบบอหิงสาวิธี ขอยกมาสั้นๆ
 
" คำ ‘ขอโทษ’ เป็นยาครอบจักรวาล ไม่มีอันตราย ไม่มีผลข้างเคียงดับไฟได้ชะงัด
แต่การเอ่ยคำ ‘ขอโทษ’ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อตัวเองไม่ใช่ฝ่ายผิด เป็นคำที่เอ่ยยากที่สุด
แต่การขอโทษด้วยความจริงใจยิ่งยากกว่าร้อยเท่าพันเท่า ต้องอาศัยขันติธรรมและเมตตาธรรมสูง"
ก่อนจะลงท้ายด้วยวาทะดีๆของ Robert Frost ว่า
A liberal is a man too broadminded to take his own side in a quarrel.
(คนใจเสรีมีความคิดอ่านที่กว้างเกินกว่าที่จะเลือกเข้าข้างตัวเองในการวิวาท)
 
เรื่องต่อมา ‘เมื่อถูกถีบลงน้ำ’ เริ่มเรื่องด้วยบทขำขันว่า
กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กหญิงคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุตกลงไปในแม่น้ำเย็นเยือกแล้วจมหายไป
ในนาทีคับขันนั้น ทุกคนที่ริมฝั่งก็เห็นชายคนหนึ่งกระโดดจากสะพานลงไปในน้ำว่ายรี่
ไปยังตำแหน่งที่เด็กหญิงจมหายไปและช่วยเธอขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ทุกคนปรบมือชื่นชมวีรบุรุษคนนั้น
ใครคนหนึ่งถามเขาว่า "คุณเยี่ยมจริงๆ ที่กระโดดลงน้ำเย็นเฉียบอย่างนั้นไปช่วยเธออย่างกล้าหาญ"
"ใครบอกว่าผมกระโดดลงไปล่ะ? ไม่รู้ไอ้เวรไหนถีบผมลงไปในน้ำ"

ในความเป็นจริง การถูก ‘ถีบลงน้ำ’ ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป หากคุณยังรักษาทัศนคติที่ดีในชีวิตไว้ได้
หากคุณมองมันว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คุณอีกครั้ง หากคุณไม่ลนลานและวิตกเกินไป

คุณอาจพบว่าสิ่งที่มาพร้อมกับการถูกถีบลงน้ำคืออิสรภาพและมุมมองใหม่
นี่เป็นโอกาสที่คุณจะได้วิเคราะห์ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คุณได้กระทำ
คุณจะได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณเดินถูกทางหรือไม่ ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเองในจุดใดบ้าง
น้ำที่ลงไปลอยคออยู่นั้นอาจเย็นเฉียบ แต่มันก็ช่วยชำระล้างคราบฝุ่นที่เกาะตา
ทำให้มองเห็นทางสายอื่นที่ยังไม่ได้เดิน และโอกาสอื่นๆ ที่ยังไม่กล้าทำ
เมื่อคิดว่าไหนๆ ก็ลงน้ำแล้ว ก็ว่ายต่อไปก็แล้วกัน โอกาสย่อมไม่เท่ากับศูนย์อย่างแน่นอน 
เมื่อร้อยกว่าปีก่อน Ralph Waldo Emerson เคยกล่าวไว้ว่า 

Do not go where the path may lead, go instead where
there is no path and leave a trail.
(จงอย่าไปตามที่ทางนำพาไป แต่ไปยังที่ที่ยังไม่มีทางเดิน และสร้างรอยเท้าของตนเอง)
ในช่วงปีที่ผ่านชีวิตของฉันดูจะคล้ายกับสองเรื่องนี้พอดู ฉันเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการ ‘ถูกถีบลงน้ำ’
แน่นอนอาการสำลักน้ำเกิดขึ้นทันที่ หลังการที่โผล่พ้นน้ำฉันหันหลังมามองคนที่ถีบฉันลงมา
ไม่แปลกใจนักว่าทำไม…แต่ท่าที่เค้าถีบฉันลงมานั้นไม่สวยเลย ฉันไม่สามารถยอมรับได้ในเบื้องแรก
และเริ่มคิดวิธีการตอบโต้มากมายให้สาสมกับความแค้นในใจ หลายวิธีถูกลำดับอย่างเป็นขั้นตอน
เอกสารหลักฐานถูกนำมาจัดเรียง งานนี้ฉันคิดในใจ ‘เป็นไงเป็นกัน’ ฉันจะไม่ยอมให้
แผลเป็นติดตัวฉันไปตลอดชีวิตแน่นอน
 
หากแต่ในที่สุดฉันเลือกที่จะเดินเข้าไปเพื่อยื่นแก้มอีกข้างให้เขาตบ ในวันนั้นมิใช่ว่า
ในใจฉันให้อภัยเขา แต่เมื่อวิธีการนั้นถูกเลือกฉันก็พบว่า ฉันสามารถปลดปล่อยการถูกตราหน้าว่าผิด
และทำให้คนที่ถีบฉันลงมาต้องรู้สึกผิดเป็นทวีคูณ ในวันนั้นหลายคนอาจมองว่าฉันเก่งที่เลือกที่จะให้อภัย
แต่เปล่าเลยฉันไม่ใช่เทพธิดา นางฟ้า มาจากไหน จิตใจฉันในวันนั้นมันยังไม่สูงส่งถึงขั้นให้อภัย
มันเป็นการแก้แค้นในรูปแบบของฉันมากกว่า
 
มาถึงวันนี้แม้ว่าแผลในใจและร่างกายจะยังไม่หายสนิทที่โดนถีบลงมา และก็ยังต้องว่ายอยู่ในน้ำ
ที่หนาวเย็นแต่ฉันก็บอกกับตัวเองว่าเมื่อตกลงมากแล้วให้ว่ายไปข้างหน้าอย่าหันหลัง ในวันนี้
เมื่อไม่สามารถให้อภัยได้ก็อย่าอยู่ในที่ที่ต้องเห็นหน้ากันให้โกรธแค้นมากไปกว่านี้
แล้วเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะเมื่อถึงในวันหนึ่งข้างหน้าฉันอาจจะเดินไปขอบคุณที่เค้า
ถีบฉันลงน้ำก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่ที่รู้ๆ ถ้าถึงวันนั้นคนบางคนอาจจะรำเริบบุญคุณในการถีบเป็นแน่แท้
เค้าถึงว่า "สันดานคนเปลี่ยนไม่ได้" คงจะจริง

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

5 Responses to เมื่อฉันถูกถีบลงน้ำ…ฉันเลือกที่จะยื่นแก้มอีกข้างให้เค้าตบ

  1. Strange Loop says:

    แม้ว่าไม่ได้บอกว่า เป็นเรื่องอะไร
    แต่การ "ถูกถีบ" ลงน้ำ นั้นคงเป็นอุปมาอุปมัย เหมือนดั่ง การที่ยื่นหน้า "อีกข้าง" ให้ตบ
     
    ความโกรธนั้นเป็นของใจเราเอง
    โกรธได้ ถ้ามันรู้สึกโกรธ
    แต่เรียนรู้ด้วย ว่าโกรธนั้น มาแล้ว ก็ไป หากเราไปทำเรื่องต่างๆ บนพื้นฐานความ "โกรธ"
    เราก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนที่ "ถีบ" เรามา
     
    ดีจังที่ต้นไม้ใต้จักรวาลเล่าให้ฟังนี้
    คนโตอย่างพี่ปูเห็นจะต้องจำไปใช้บ้างละ
     
    ชีวิตย่อมมีแรงเสียดทาน และ เรื่องที่มาเสียดสี
    ให้เกิดความลำบาก
    หากมองมันเป็นสิ่งที่ไม่มี "ตัวใคร" ที่ทำให้เราลำบาก หากแต่มองเป็นเหตุการณ์เฉยๆ
    ก็คงเรียนรู้ได้มาก
    ไม่มีใครโตได้ ด้วยการไม่ผ่านความลำบาก (หรือเจอเรื่องแย่ๆ)
    มันเป็นหลักไมล์อันหนึ่งอ่ะ
     
    ยาวไปแล้วเนอะ
    สวัสดีวันจันทร์ครับผม
     
    อ้อ..ผลพวงจาก อเมริกากระทบกับต้นไหม

  2. tean says:

    ขอบคุณบทความดีดีค่ะ
    ส่วนตัวไม่เคยถูกถีบลงน้ำ เคยแต่โดยยัดเยียดให้ลงไปทั้งที่บางครั้งไม่อยากลง
    แบบนี้คงใช้แทนกันได้เนาะ

  3. Panisara says:

    ไม่แน่ใจว่าถูกถีบลงไปรึเปล่า…แต่รู้ตัวอีกที ลอยคออยู่ในน้ำแล้วอ่ะ
    ถึงจะว่ายน้ำไม่แข็ง…แต่ยังมีแรงอยู่นี่…ก็ต้องว่ายต่อไป…
    …จะบังเอิญ ลื่นตกลงมาเอง หรือไอ้เวรไหนมันถีบลงมาก็ช่างเหอะ…
     
    มีความสุขกับวันทำงานนะน้องต้น

  4. Ong.. says:

    ชอบมากกกกกกกกก🙂

  5. Who am i says:

    ถือว่าเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จ ที่เรารู้จักที่จะก้าวไปข้างหน้า โดยไม่หันมามองข้างหลังว่า ใคร? ทำไม? เพราะอะไร?…
    บางครั้งแรงผลักดันในตัวเราเองก็มีน้อยในการที่จะว่ายไปข้างหน้า…ถือว่าสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส
    มีโอกาสที่จะศึกษาที่จะทำในสิ่งที่เราไม่ปรารถนา…เราอาจทำสำเร็จ หรือไม่สำเร็จก็แล้วแต่…หันกลับมามอง มันก็ไม่เลวที่ได้ทำ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s