เรื่องเล่าจากสเม็ด

ก่อนจะลืมขอเล่าเกี่ยวกะเสม็ดซักกะหน่อย เรื่องนี้เคยโพสต์ที่อื่น แต่ก็เอามาเก็บไว้ที่นี่ดีก่า เดียวมันกระจัดกระจาย แล้วรวมเล่มลำบากตอนสำนักพิมพ์มาขอซื้อลิขสิทธิ์ หุหุ….ส่วนรูปเดียวไปตามล่ามาก่อน

เรื่องของเรื่องเกิดขึ้น ณ คืนหนึ่งที่ต้นกะน้อยโทรศัพท์คุยกัน คุยนานมากจนเครื่องร้อนและแบตหมดในที่สุด สาเหตุเพราะไม่ค่อยมีเวลาเจอกันเนื่องจากการงานของแต่ละคนที่ยัดเยียดความห่างเหินมาให้ จะคุยกันทั้งที่ก็ต้องโทรศัพท์ไม่ได้เห็นหน้าค่าตา คิดได้ดังนี้ เราสองคนจึงดำริโครงการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนขึ้นมา แตจะไปแค่สามคนก็กะไร จึงต้องมีเพื่อนพ้อง กลุ่มแรกๆที่คิดถึงก็เป็นอั้มกะมิก เพราะทริปสุดท้ายที่ไปกะกลุ่มนี้ทุกคนน่ารักมาก กระบวนการวางแผนการท่องเที่ยวก็เริ่มต้นขึ้นก็ที่มาสรุปที่เกาะเสม็ด ที่ชั้นยังนึกว่าเป็นเกาะเกร็ดอยู่ สาเหตุเพราะ หนึ่งไม่เคยไป สองใกล้บ้านอั้ม (ที่เจ้าถิ่น) สามไม่ไกลมาก

จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนการโทรทาบทาม (โห…เหมือนขายประกันเลย) เริ่มจากเจ้าของบ้านซึ่งก็ไม่ได้เล่นตัวมากนักตกลงเป็นที่รีบร้อย ก็มาที่คณะท่องเที่ยว กลุ่มสามสาวขาดไปหนึ่ง เนื่องจากชีติดธุระตามเด็กแต่ในที่สุดเด็กก็เบี้ยวนัดชี ฟากกลุ่มหนุ่มๆก็ลากมาได้หน่อเดียว หนุ่มมิกแต่เป็นหน่อที่สำคัญมาก เพราะมีกล้องไฮโซ  

ใกล้เวลาเดินทางมีเรื่องให้ตื่นเต้นเล่นน้อย เพราะน้อยไปได้หยุดตามที่คาดแต่เพื่อไม่ให้ทริปล่มแผนการต้องเดินหน้า หายวิธีแก้ไขต่อไป ถึงวันจริงต้นมีทริปก่อนที่พัทยากะบริษัท แต่ก็ยังไปถึงระยองฮิได้ก่อนผ้องเพื่อน ไปนั่งเล่น นอนเล่นกะชูล่า รอเวลาที่บ้านอั้มจนค่ำกว่าเพื่อนจะเสด็จ พอครบทีมก็ไปคาราโอเกะกันจองห้องคิงไซร์ทั้งที่มีกัน 4 คน ร้องบ้าง กินบ้าง ถ่ายรูปบ้างจนร้านไล่ เพราะหมดเวลาทำการ

กลับมานอนที่บ้านอั้ม หลับเป็นตายเหนื่อยมาก (จากการร้องเพลง) รุ่งเช้าฟ้ายังไม่สาง ฝนก็กระหน่ำตกลงมา ขอย้ำหนักมาก ใจแป้วนึกว่าจะอดไปเที่ยว ฟ้าเริ่มสว่างแต่ฝนก็ไม่รามือ นู๋ต้นเริ่มมองฟ้าแบบอ้อนวอน "ตูจะไปเสม็ดนะเฟ้ย" ละแล้วฟ้าก็เริ่มเห็นใจเด็กบ้านนอกที่ไม่เคยไปเสม็ด ไปถึงท่าเรือก็รอเรือข้ามไปเกาะ คนเยอะมากไม่รู้จะมากันทำไม กว่าจะได้ข้ามฟากทุกท่านก็ได้ฝากรอยจารึกไว้ที่ห้องน้ำที่ท่าเรือ ในทั่วหน้า (รอนาน) โดยเฉพาะไอ้น้อย พอขึ้นเรือได้ อั้มก็บอกให้ไปนั่งที่หน้าเรือ มีที่พอดี 4 ที รู้สึกเหมือนไททานิกเลยอะ นั่งซะหน้าเลย แต่ไม่รู้ใครจะเป็นแจ็ค (ผู้ฆ่ายักษ์) กะ โรส กัน นั่งเรือเกือบครึ่งชั่วโมงได้ก็มาถึงอ่าววงเดือน ลงกันที่นี่หละ แต่พักที่อ่าวเทียน ก็ต้องเดินต่อไปอีกสักเล็กน้อย (ไกลเหมือนกัน เพราะกระเป๋าหนัก หนุ่มๆก็แมนมาก เราเอามาเท่าไรมันก็ให้เราถือเอง  "-_-  ) ก็ได้ที่พัก ที่ซัดอาหารกลางวันกัน บรรยากาศเป็นใจกับการพักผ่อนมากๆ พอกินเสร็จก็เริ่มการพักผ่อนโดยอ้างว่าแดดร้อน 5555 ห้องครายห้องมัน บ่ายๆสองสาวก็เริ่มสำรวจทำเลทองของการถ่ายรูป (ความจริงถ่ายมันทุกทำเล) ไปลากมิกมาเดินเที่ยวด้วย ปล่อยให้อั้มนอนพักผ่อนไป เป็นอุทาหรณ์ว่าถ้าอยากเข้ากลุ่มกะสาวๆ ควรจะมีความสามารถในเรื่องต่อไปนี้ 1 เล่นกีตาร์ได้ 2 ดูดวงได้ 3 ถ่ายรูปและมีกล้องไฮโซไว้ในครอบครอง หรือใครว่าไม่จริง

พอเริ่มกระหายก็หันหาน้ำรับประทาน ได้ดังใจคิดแต่ทำไมมีไวน์ติดมือมา 5555 และแล้วพอได้น้ำแข็งน้ำสีอะไรที่ติดตัวมาจากฝั่งก็เข้ามาแก้กระหายกันทั่วหน้า (ที่พักไม่มีตู้เย็น กลัวของเสียเลยต้องรีบๆกิน) และก็ถึงเวลาเดินไปดูพระอาทิตย์ตก ก็ไม่ได้เป็น hight-light หรอกนะ เพราะตอนแรกที่อั้มพาเดินก็นึกว่าเดินเล่น ถ่ายรูปก็เลยเดินไปเรื่อยๆ 5555 ก็เดินเหนื่อยเหมือนกัน แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นทีมงานถ่ายภาพ outdoor ที่พาเจ้าบ่าว-เจ้าสาว (แต่งชุดเต็มยศ) ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถ่ายรูปกันที่นี่ อุแม่เจ้า….อึดจิงๆใส่ชุดเจ้าสาวมาด้วย บ่าว-สาวซ้อนมอเตอร์ไซด์นำหน้าหาโลเคชั่น เรา 4 คนก็ไปด่อมๆมองๆ แล้วก็ไปหยุดที่จุดชมพระอาทิตย์ตก แดดยังคงจ้า และเราก็ต้องไปนั่งตากแดดรอ ที่ในที่สุดก็มีเมฆมาบดบัง มองไม่เห็นซะงั้น พอกลับมาเจ้าถิ่นก็แนะนำให้ไปนั่งแคร่ริมชายหาดสำหรับอาหารมื้อค่ำ ใช้ได้ๆบรรยากาศดี แต่อดดูอิมซังอก -_- นั่งจิบน้ำสีชา ฟังเสียงคลื่น รับลมทะเล ผ่านไปค่อนคืน เพื่อนๆเริ่มถ่ายรูปแต่เรารู้สึกว่าหน้าโทรมไม่อยากถ่าย มันก็หาว่าเราเริ่มเมา จะบ้าคนเมาอะไรจะรู้เรื่องทุกอย่างวะ แต่ก็เถอะเพื่อนอยากให้เราเมา ก็ให้มันคิดไป แต่เราไม่เมาหลอก แค่เราพูดว่า "เมาเหล้ายังดีกว่าเมารัก" มันก็หาว่าเราเมา แต่ไอ้ที่ทำให้เราตาสว่างก็คงเป็นการแสดงกระบองไฟที่นักแสดงมาแสดงอยู่ข้างๆโต๊ะ เสียว ship ก็มันทำไม้หลุดมือตั้งหลายหน หนุ่มนั่งหลัง ปล่อยให้ฉันนั่งหน้าล่อไฟอยู่คนเดียว และแล้วก็ผ่านค่ำคืนมันแสนสุขไปอย่างไม่ได้คุยกันเท่าไร ตามแผนการที่วางไว้

รุ่งเช้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คือตื่นไม่ทันอาทิตย์ขึ้น อันนี้เป็นแผนที่วางไว้นะไม่ได้ตื่นสาย ตื่นมาถ่ายภาพกันเล็กน้อย ก่อนเบรคฟากจะเริ่มขึ้น ฝนทำท่างจะตก แต่ไม่ตก เวลาเดินไปเรื่อยๆจนถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวกลับ เดินมานั่งรอเรือที่กว่าจะได้ขึ้นก็หืดขึ้นคอ เพราะคนเยอะมากแย่งให้ขึ้น ที่แค้นใจเพราะโดนผู้ชายหน้าตาดีกลุ่มหนึ่งมันแย่งขึ้นจนเราต้องไปเรือเสริม ความดีของหน้าตาหายไปในบัดดล ในที่สุดก็เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ งานนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าถิ่นอั้มที่ต้อนรับพวกเราอย่างดีในแบบฉบับของอั้ม…..

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to เรื่องเล่าจากสเม็ด

  1. Who am i says:

    น่าสนุกดีนะน้องต้น…นี่เดือนหน้าเพื่อนก็ชวนพี่ไปเสม็ดเหมือนกัน
    แต่นี่ใกล้จะสิ้นเดือนล่ะ..มันยังไม่ confirm กันเลยว่าจะไปวันไหน
    ไม่รู้ว่าจะพี่จะนั่งกินแห้วรอเก้อที่บ้านอีกตามเคยรึเปล่า?
    …ไอ้เพื่อนเวงหลอกให้อยากแล้วจากไป…555

  2. Strange Loop says:

    อ่านเพลินเหมือนไปด้วยเลยเนี่ย
    แต่ขำตรงที่เพื่อนผู้ชายจริงใจดี ให้แบกของกันเอง แถมนั่งหันหลังให้กระบองไฟ
    ใช้ได้ๆ
    อย่างนี้พี่ปูก็ เข้าข่ายนิ ดูดวง มีกล้อง (แต่ไม่ไฮ) เล่นดนตรี
    ฮีม..สงสัยต้องงัดมาใช้มั่งวุ้ย

  3. aui says:

    หวัดดีค่ะ
    เกาะเสม็ดสำหรับเราเอง  ในหนึ่งปีต้องไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้งเลยค่ะ
    ไม่งั้นถือว่า ชีวิตไม่สมบูรณ์ 555+
    อันดับแรก  ใกล้
    สอง  การเดินทางสะดวก
    สาม ที่พักสะดวก
    สี่   มีความชอบอาหารทะเล เป็นการส่วนตัวค่ะ
     
    เวลาเราไปเกาะเสม็ด  ชอบไปโดยรถประจำทาง ขึ้นที่เอกมัยค่ะ
    เพราะโดยส่วนมากจะเดินทางคนเดียว  การใช้บริการกับรถประจำทางจึงประหยัดสุดๆค่ะ
    ที่เอกมัยจะมีช่องจำหน่ายตั๋ว ถึงบ้านเพเลยค่ะ  พร้อมกับขายตั๋วเรือไป-กลับให้เลย 
    ราคาจะประหยัดลงประมาณ 20-30 บาท  ถ้าซื้อทั้งตั๋วรถไป-กลับ และตั๋วเรือไป-กลับ
    (มีช่องเดียวที่ถึงบ้านเพค่ะ ไม่มีสิเหน่หาเป็นการส่วนตัวเลยไม่โฆษณาให้ค่ะ คิคิ)
    พอนั่งรถถึงท่ารถที่บ้านเพ(เป็นท่ารถของบริษัทเขาแต่เพียงเจ้าเดียวค่ะ)
    แค่เดินข้ามถนนก็ถึงท่าเรือเลย  แถมตรงท่ารถก็มีร้านอาหารให้เราได้ชิมอาหารทะเลด้วยค่ะ
    ปลาหมึกเส้นเท่านิ้วโป้งอย่างเงี้ย  กุ้งตัวเท่านิ้วก้อย  เอ้ย…ม่ายช่ายยยย
    ส่วนหาดที่เราไปพักทุกครั้ง จนคุ้นเคยกับเจ้าของบังกโล
    ก็เป็นหาดทับทิมค่ะ   เงียบ….คนไม่พรุกพร่าน (ไม่อึกทึกเหมือนหาดทรายแก้ว) 
    หาดสวย  สะอาด  ไม่มีโขดหิน  ไม่มีสาหร่ายที่ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง เหมือนหาดวงเดือน
    หาดทับทิมมีข้อเสียอย่างเดียวคือ  ลูกค้าส่วนมากมีแต่ชาวต่างชาติค่ะ  เมื่อมองไปจะเห็นแต่เขาอาบแดดกัน  หลับ  นอนกลางทรายอ่านหนังสือ
    คุยกันเพียงให้คนในกลุ่มได้ยินเท่านั้น   เป็นข้อเสียของคนที่ชอบความอึกทึกค่ะ
    แต่เป็นข้อดีของเราเพราะเรามาพักผ่อนสมองและร่างกาย
    ไม่เหมือนหาดทรายแก้ว  ที่โดยส่วนมากจะเป็นคนไทยมาพักผ่อนกันค่ะ แต่เป็นพื้นที่การพักผ่อนแบบ  นั่งล้อมวงกินเหล้า เล่นกีต้า  แหกปาก เอ้ย…ม่ายช่ายยย ร่วมกันร้องเพลงค่ะ
     
    โดยตัวเองแล้ว เกาะเสม็ดเราจะไปพักผ่อน ลองชิมบรรยากาศ  น่าจะเกือบหมดทุกหาดแล้วน๊ะ
    ที่เหลือก็เป็นเพียงหาดเล็กๆที่ไม่มีที่พัก  แต่มอร์เตอร์ไซด์ขับเข้าไปเพื่อไปชมบรรยากาศได้
     
    ว่าละก็คิดถึงจังเลย  ปีนี้ไปสองครั้งแล้วค่ะ  ก็คิดว่าเร็วๆคงไปอีกค่ะ
    เพราะช่วงนี้มีแต่อยากปลีกวิเวกท่าเดียวเลยหนะ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s