ในความทรงจำสีจางๆ

"มาจากแดนแห่งหนไหนใกล้ไกล มาร่วมใจใฝ่ศีกษา
รวมความรักน้องพี่ชื่นชีวา ศาลายารักมั่นคง
มองวิหคหมู่นกผกผิน เจ้าจะบินไปแห่งไหน
มาสร้างสรรค์ความฝันอันยิ่งใหญ่ สร้างเมืองไทยให้รุ่งเรือง
ฟังนั้นเสียงนกเขาขัน น้องจำคำมั่นสัญญา
ยามตะวันลาลับขอบฟ้า สัญญาพี่จำมั่นใจ
จะไปอยู่แห่งหนไหนใจยัง
เฝ้าใฝ่ฝันและห่งหา มาพี่น้องผองเพื่อนทั่วหน้า…ศาลายาเขารออยู่"
 
เนื้อเพลงที่แสนจะคุ้นหู ดังก้องอยู่ในความคิด นานเท่าไรแล้วที่ฉันไม่มีโอกาสมาที่สถานที่แห่งนี้ ดินแดนที่ประทับความทรงจำที่สนุกมิรู้ลืมกับเหล่าผ้องเพื่อนเมื่อเราต้องใช้ชีวิตให้กลางวันและกลางคืนร่วมกัน ยามที่พวกเราต้องลุกขึ้นมาหาของกินกลางดึกเมื่อท้องประท้วงการใช้งานร่างกายเกินกำลังในช่วงใกล้สอบ ยามที่พวกเราใช้พื้นบนตึกกิจกรรมแทนที่นอนสบายบนหอพัก ยามที่ต้องปีนขึ้นหอเพราะใช้เวลาอยู่ที่ตึกกิจกรรมเกินเวลาหอเปิด และยามที่พวกเราต้องปีนลงจากหอมาซื้อมาม่าที่ลุงซุ้มโค้ก ยามที่แอบดูชาวบ้านเค้าจู๋จี๋กันตามพุ่มไม้ของสวนสมุนไพร ยามที่ต้องรีบเดินจนแทบวิ่งเมื่อต้องเดินผ่านตึกกลอส ยามที่เดินออกไปหาของกินหน้าม.ในช่งค่ำๆ ยามที่พวกเราแลกโพยข้อสอบกับเพื่อนต่างคณะในวิชาเดียวกัน ยามที่ต้องวิ่งกระเหือดกระหอบไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปสู่ตึกเรียนเนื่องจากตื่นสาย ยามที่เดินกลับหอมานอนกลางวันราวเด็กอนุบาลก่อนจะกลับไปเรียนใหม่ในช่วงบ่าย และยามที่เราต้องตะกายมีนเพราะไอ้พวกเรียนเก่งๆมันพยายามใช้เราเป็นฐาน ยามที่หน้าแตกเพราะเดินเข้าห้องเรียนผิด งานไนน์(ปาร์ตี้ยามค่ำคืนของคณะต่างๆ)ไม่เคยพลาด ตลาดนัดไม่เคยหลุด
 
มาวันนี้ "ศาลายา" เติบโตขึ้นมากเหลือเกิน จนแทบไม่เหลือบรรยากาศเก่าๆอีกแล้ว ภูมิทัศน์ถูกปรับแต่งสนองนโยบาย อยากมีบรรยากาศแบบแคมปัสต่างประเทศ "green&clear" น่าเสียดาย น่าเสียดาย ธรรมชาติของศาลายากำลังเป็นผู้ถูกกระทำ บรรยากาศเก่าๆ ธรรมชาติที่แม้จะรกแต่ร่มรืนกำลังจะกลายสภาพ สัตว์แสนธรรมดาอย่าง "เหี้ย" ผู้ซึ่งอยู่มาก่อนในสถานที่แห่งนี้ การเดินเพนพ่านของมันกำลังสร้างความลำบากให้มัน เมื่อผู้มาอยู่ใหม่เริ่มขัดหูขัดตา มันอยากจะกำลังพูดกันว่า "คอยระวังคนมาที่หลังเอาไว้ให้ดี"
 
สุดท้ายก็คงไม่มีอะไรต้านทานพลังแห่งการต้องการเปลี่ยนแปลงขอผู้มีอำนาจได้ ความทรงจำของฉันคงมีแต่นับวันจางลงๆตามการเปลี่ยนแปลง เมื่อศาลายาโดนเสียหมดสิ้น
"คนรุ่นหลังเอ๋ย ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าที่ได้มาอยู่ในสถานที่ที่สวยงามและสะดวกสบายเยี่ยงนี้
และในขณะเดี๋ยวกันข้าขอแสดงความเสียใจกับเจ้ามีพลาดโอกาสสัมผัสสิ่งที่พวกข้าเคย
เจ้าอาจจะไม่ปรารถนามันแต่ถึงเจ้าปรารถนาเจ้าก็คงไม่มีโอกาสได้มันกลับคืนมา"
 
ปล. หวังว่าเต่าในคลองปุ่ยคงไม่โดนเกลียดขี้หน้าที่มาเพนน่านให้เห็นเหมือนเจ้าสัตว์โชคร้ายด้านบนหรอกนะ

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to ในความทรงจำสีจางๆ

  1. Strange Loop says:

    เหมือนกัน เราเคยแวะไปเกษตร ช่วงหลังนี่เปลี่ยนไปเยอะ หมู่ตึกภูตพรายเก่าๆ แปรเปลี่ยนเป็น ตึกใหญ่ทันสมัย
    วงกลม (โรงอาหารเก่า เป็นที่นั่งในตึกรูปวงกลม) กลายเป็น ศูนย์รวมอาหารใหม่ ไฟสว่าง
    จักรยานหาย กลายเป็น รถเก๋งคันงามไปซะเยอะ
    หอรกต้นไม้ กลายเป็นคอนโดทันสมัย
    นิสิตสาว ล่ำบึ้ก ดำขลำ กลายเป็น นิสิตร่างแห้ง เสื้อฟิต หน้านวลขาว
    นึกถึงบทเพลง ประจำคณะ เพราะดี
     
    "…บางเวลานึกเศร้าเหงาใจ
    อยากเจอใคร มิได้พบพาน
    ยังบรรเทา เพราะเรารักบ้าน
    แดนดงตาล นี้ถิ่นสำคัญ
     
    สร้างรู้ สร้างรัก ล้นทรวง
    ดุจดวง สุรีย์ ทรัพย์ชีวัน
    ถิ่นนี้ ผองเราเปรียบสวรรค์
    จวบถึงวันสำคัญใผ่ฝันเอย"
     

  2. Who am i says:

    อ้าววว..นี่รำลึกถึงสถานศึกษากันหรือจ๊ะ
    ตั้งแต่จบออกมา เราก็ไม่เคยได้ย่างก้าวเข้าไปอีกเลย

    เนื่องจากเราจบจากม.เอกชน เลยไม่ค่อยผูกพันเท่าไหร่
    ไม่รู้ว่าวิวทิวทัศน์รอบตึกที่เป็นทุ่งนา เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปยัง
    แต่ไม่เป็นไร รอบ ๆ หมู่บ้านที่อยู่ยังมีทุ่งนาให้เห็น
    ถ้าไม่งั้นเราก็กลับบ้านนอก ก็มีให้เห็นมากมาย..555
    (………………..ชีวิตเด็กทุ่งนา………………….)
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s