หนึ่งวันสองงาน

     ณ เวลาที่เข็มนาฬิกาเบนจากเวลาเที่ยววันมาเกือบหนึ่งชั่วโมง ฉันเดินจ้ำๆฝ่าไอร้อนของพระอาทิตย์ที่คิดว่ายังคงอยู่ในองศาที่เลยจากหัวฉันไปไม่กี่มากน้อย เลี้ยวเข้าสู่แยกคอกวัว ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือ มุ่งหน้าสู่แพร่งภูธรตามทิศทางจากคำบอกกล่าวของผู้ไปรออยู่ก่อนหน้าแล้ว วันนี้อากาศร้อนชะมัด…เป้าหมายคือแกลลอรีที่กำลังจัดแสดงภาพถ่ายแนวสารคดี "จากป่าลึกสู่ปารีส" ฟังดูน่าสนใจ…..สถานที่จัดแสดงเป็นเพียงแกลลอรีเล็กๆ (เล็กจิงๆ) ภาพถ่ายสองแนวที่แสดงความเป็นป่า และเมือง ถูกแขวนอยู่ประจัญหน้ากันคนละแนวผนังตึก สำหรับภาพถ่ายสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ และภาพถ่ายของเมืองในมหานครใหญ่เช่นปารีสก็ดูไกลตัวฉันมากๆเหมือนกัน ฉันเดินไปหยุดอ่านบทบรรยายของภาพๆหนึ่ง เป็นภาพของสัตว์ที่ไม่ค่อยเห็นมากนัก "หมาไน" (เพราะภาพสัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่เห็นมักเป็นภาพของสัตว์ป่าที่มีความสำคัญมากกว่าไอ้หมา(หมู่)พวกนี้) ในภาพมันกำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ที่เดียว เจ้าหมาไนพวกนี้มักจะล่าเหยื่อกันเป็นทีม (อาจเป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการทำงานเป็นทีม) เก่งไม่เก่งไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าไม่มี เก้ง กวางให้พวกมันล่า กระทิง หมี เสือ มาขวางหน้ามันก็เอาหมด แต่บทบรรยายยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า ไอ้แมนยูทีมเหล่านี้หลังจากล่าเหยื่อได้สำเร็จแล้ว พวกมันมักจะกระชากเนื้อบริเวณก้น และลูกตาของเหยื่อมากินก่อนที่เหยื่อจะสิ้นใจ โห….สยองน่าดูงานนี้
 
      เสร็จจากนิทรรศการนี้แล้ว เวลาก็ยังเหลือเฟื้อ เลยชวนคนชวนไปดูอีกงานหนึ่งต่อเลย "Earth From Above" เป็นการจัดแสดงภาพถ่ายทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ โดยช่างภาพชาวฝรั่งเศส ครั้งนี้เป็นการไปดูเป็นครั้งที่สอง ภาพถ่ายทางอากาศขนาดมหึมาจำนวนหลายสิบภาพยังคงยังแสดงให้ชมไม่หนีไปไหน ต้องบอกว่าแต่ละภาพสวยจริงๆ ฉันค่อยๆเดินละเลียดชมไปทีละภาพ คราวนี้ได้อรรรถมากกว่าครั้งแรกมากนัก ฉันกำลังนึกอยู่ว่าถ้าจัดภาพเป็นสองฝั่ง ด้านหนึ่งเป็นภาพของประเทศที่พัฒนาแล้วกะอีกด้านเป็นภาพของประเทศที่กำลังพัฒนา เราจะได้เห็นอะไรที่แตกต่างอย่างชัดเจนหรือไม่ วัตถุประสงค์ของการถ่ายทอดภาพถ่ายเหล่านี้ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า Towards a Sustainable Development เป็นวลีหนึ่งที่นักวิชาการกลุ่มหนึ่งฮิตใช้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากที่หลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมของโลกที่กำลังเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีมนุษย์เป็นตัวการใหญ่ นี่คือสารที่นักวิชาการกลุ่มหนึ่งพยายามตะโกนบอกเพื่อนรวมโลกโดยไม่รู้ว่าจะมีซักกี่มากน้อยที่สนใจ น่าแปลกที่ภาพถ่ายใบหนึ่งกลับบทบรรยายสั้นๆกลับมีผลต่อความหวาดกลัวที่จะสูญเสียความสวยงามของธรรมชาติได้ดีกว่างานวิจัยต่างๆ นี่คงเป็นอย่างที่ใครว่าไว้ "ภาพหนึ่งภาพดีกว่าคำบรรยายเป็นหมื่นๆคำ" www.yannarthusbertrand.org สนใจก็ไปดูซะ

push12 ภาพ Hilight ของงาน

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to หนึ่งวันสองงาน

  1. Who am i says:

    ขอบคุณน้องต้นมากนะคะที่อุตส่าห์เดินฝ่าไอร้อน
    เอาเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง ปกติพี่สนใจเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติอยู่แล้ว
    ก็คิดว่าถ้าว่างจากภาระกิจการขึ้นคานทองนิเวศน์ของพี่ จะอุทิศตนเข้าไปช่วย
    อนุรักษ์ธรรมชาติในป่าให้อยู่คู่โลกไปอีกนานนนน…เท่านานนน
     
    อ้อ!..เข้าไปดูรูปมาแล้วมีความรู้สึกหลาย ๆ อย่างเลยล่ะ แต่อธิบายออกมาไม่หมด
    เพราะว่ามันเกินคำอธิบายจริง ๆ
     
    คนต่อไปที่มาเมนท์นี่ ถ้าเดาไม่ผิด..น่าจะเป็นพี่ปูนะ..เร็ว ๆ นายช่วยกัน
    ………………….สู้เขาทาเคชิ……………………………….
     

  2. Strange Loop says:

    อยากถ่ายสวยแบบเขาบ้าง
    แต่ไม่มีเงินจ้างเฮลิคอปเตอร์อ่ะ (เข้าใจว่าเป็นนิทรรศการอันเดียวกับที่ คุณต้นตอบอกนิ เสียดาย เราอดดู)
    บินเองก็ไม่มีปีกด้วย
     
    คำลงท้ายของคนข้างล่าง บ่งบอกอายุเป็นอย่างดี เอิ๊ก..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s