เสน่ห์…เมืองแพม

รุ่งเช้าที่ย่างเข้าสู่ปีใหม่ (2007) พวกเราเตรียมตัวที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านเมืองแพม (หมู่บ้านกะเหรี่ยงสกอร์) ที่ที่คุ้นเคย ระหว่างนั้นเหรัญญิกก้ไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย มันจ่ายเงินด้วยมือสั่นเทา แล้วก็เดินหน้าเริ่ดมาบอกว่าพวกเราว่า "พี่ๆ ค่าที่พักถูกมาก ประมาณคืนละ 90 บาท/หัว ก็ประมาณพันกว่าๆ แต่ค่าอาหารเป็นหมื่นเลย" 555 ก็ฟาดกันซะหลายนั้นแบบไม่มีใครยอมใครเลย แค่ 5 มื้อ 8 คน เอง ชิลด์ๆน่า ไปถล่มที่เมืองแพมต่อดีก่า เข้าทำนอง "เข้าที่ไหน อาหารเกลี้ยงหมด"
 
พี่อรุณมารับตามเวลา ใครเสนอความคิดให้เดินขึ้นไปไม่รู้ แต่ที่รู้ๆระยะทางแค่ขึ้นเขา 7 กิโลฯเอง ใช้เวลาสุทธิเกือบ 2 ชั่วโมงแม้ว เลือกแล้วก็ต้องเดินเพราะกลับตัวไม่ได้แล้ว น้ำหนักของที่อยู่บนหลังก็ช่างกดทับทุกก้าวย่างจริงๆ กว่าจะไปถึงก็เล่นเอาเหงื่อสาด แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เดินขึ้นมาด้วย 2 ทีนเนี้ยหละ ถึงหมู่บ้านชาวบ้านที่คุ้นหน้าคาตาก็เริ่มทักทายตามทางที่ผ่านเหมือนกลับบ้านเลย ha ha หลังจากสวัสดี โมกะปาเป้า (แม่กะพ่อวรรณา) และเด็กน้อยๆที่ไม่ได้เจอกันนาน เจ้าบ้านก็เริ่มทยอยอาหารมาต้อนรับแขก เนื้อวัวย่างหลายจานถูกส่งขึ้นมาบนบ้าน ทุกคนเอร็ดอร่อย ยกเว้นฉันที่ไม่กินเนื้อวัว พี่อรุณก็ดีใจหายมาบอกว่าไม่เป็นไรตอนเย็นมีปลากิน…เย้ หลังกินเสร็จน้องๆ และเพื่อนๆที่เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ไปนั่งช้างชมป่ากัน ส่วนคนที่เคยๆอย่างฉันก็นั่งรอที่บ้านดีกว่า ขี้เกียจไป จนเย็นทุกคนกลับมาก็เริ่มอาหารมื้อเย็นอีกครั้ง เด็กๆตัวน้อยๆก็มาวิ่งล้อมหน้าล้อมหลัง ดีใจที่มีแขกมา หลายคนที่ฉันเห็นมาตั้งแต่แบเบาะ เคยเลี้ยงมาก็มี เมนูอาหารเย็นยังคงมีเนื้อวัวย่าง เพราะว่าเขาล้มวัวพอดี ส่วนแกงปลาที่ว่าเป็นปลาดุกซึ่งฉันไม่กิน สรุปอาหารของฉันแต่ละมื้อก็ผ่านไปด้วยไข่เจียว แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อน แค่ได้มาที่นี่ก็มีความสุขแล้ว
 
การจบลงของวงข้าวหมายถึงการเริ่มต้นของวงเหล้า คนที่นี่กินเหล้าเก่งมากและต้มเหล้ากินกันเอง เหล้า 1 แกลอน (น่าจะ 20 ลิตร) ถูกนำมาวางตรงหน้าพร้อมคำบอกเล่าว่า เตรียมไว้ต้อนรับพี่กะเพื่อนๆ ท่าทางคืนนี้จะยืดเยื้อนแน่ ตามธรรมเนียมการเป็นแขกๆไม่ควรปฏิเสธ เพราะการเลี้ยงเหล้าของชาวเขาหมายถึงการรับรองแขกอย่างดี ไม่อย่างนั้นเขาจะเสียใจ ที่นี่ไม่มีการแบ่งหญิงชายในการกินเหล้า เพราะฉะนั้นไม่สามารถมีข้ออ้างได้ ผ่านไปค่อนคืนกับการดื่มเหล้าแก้วเดียวกันรอบวง (อยากเป็นคนใน field ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง แม้แต่การกินเหล้ากับชาวบ้าน) หลายคนเริ่มออกอาการ จนต้องไปอาบน้ำเย็นๆให้สร่าง แต่คนที่ไม่สร่างก็มี และดุเหมือนอาการกลับหนักขึ้นสร้างเสียงฮาจนคนอื่นๆเริ่มหายเมา ลิตรที่ 21และ….เริ่มถูกไปหามาเพิ่ม จะออกจากวงก็ไม่ได้แม้จะต้องการนอน พรุ่งนี้มีนัดดูชะนีตอนเช้าก่อนเดินทางกลับ แต่ท่าทางจะไม่ต้องไป เพราะมีคนบอกว่าจะไปดูทำไม มีชะนีอยู่ในวงเต็มไปหมด ก่อนจะชี้มาทางพวกฉัน ha ha เออ..ยอมให้ครั้งหนึ่งเพราะความเมา งานนี้เล่นเอาหลายคนฮาขี้แตกขี้แตน (อยากรู้ต้องดูคลิปฉาวที่มีคนแอบบันทึกไว้หักหลัง 555) ก่อนจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบประหนึ่งโบ๊คแบ็กกันอย่างสนุกสนาน คืนนั้นแทนที่หลายคนจะเมา กลับกลายเป็นว่าทุกคนสร่างเมา เพราะนั่งหัวเราะมันกันจนท้องแข็งก่อนแยกย้ายกันไปนอน
 
พรุ่งขึ้นคือกำหนดเดินทางกลับ หมดเวลาการพักพ่อนกันอีกทริป ชาวบ้านหลายคนเอาของที่ระลึกมาให้ฉัน แน่นอนฉันหอบผ้าพันคอกลับบ้านมาเป็นกระตักเลยงานนี้ นี่หละเสน่ห์ของชาวบ้าน แต่ทริปน้ำเมาของพวกเราไม่ได้จบหมดที่เมืองแพม เพราะเนื่องจากเหตุขัดข้องบางประการที่ไม่ได้รับการคาดคะเนล่วงหน้า รถที่จะเดินทางจากแม่ฮ่องสอน – เชียงใหม่แน่จนไม่สามารถเบียดตัวไปได้ ตัวช่วยจึงถูกนำมาใช้อีกครั้ง รถจากหน.สุวิทย์ถูกส่งมารับพวกเราอีกครั้งเพื่อนำไปส่งที่เชียงใหม่ แต่ก็มาพร้อมเงื่อนไขบางประการ สุดท้ายพวกเราก็เลยต้องนั่งล้อมวงเหล้ากับหัวหน้าอีกครั้ง ก็จะออกเดินทางจากปายถึงเชียงใหม่ด้วยเวลาเฉียดฉิว และเดินทางกลับสู่กรุ่งเทพฯเมืองแห่งความยุ่งเหยิงอีกครั้งหนึ่ง
 

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s