จากปายสู่ปางมะผ้า

สืบเนื่องจากจากภาคแรก…การเดินทางแอ่วเมืองเหนือ (เขียนไว้นานแล้ว ไปค้นดูเอง
หลังจากที่ได้บ่ายหน้าออกจากเมืองปาย รถ WD4 พร้อมคนขับด้วยความกรุณาของหน.สุวิทย์ก็พาพวกเราทั้ง 8 มุ่งสู่จุดหมายที่แท้จริง "ปางมะผ้า" อำเภอเล็กๆที่อยู่เหนือเมืองปายขึ้นไปอีก สงสารก็แต่พวกหนุ่มๆที่ยอมเสียสละ (ความจริงแย่งชะนีไม่ทัน 555) นั่งกระบะหลังทนอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างตอนเนื่องตามเวลา ใกล้เวลาอาทิตย์ลับขอบฟ้าพวกเราก็ถึงที่พัก "เคฟ ลอร์ด"เกสเฮ้าส์เล็กๆ แต่บรรยากาศได้ใจมากบวกกับอากาศเย็นๆแล้วโรแมนติกสุดๆ  แขกที่มาพักส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ หลังจากได้ห้องพัก เก็บของเสร็จ บรรดาเสือโหยทั้งหลายก็ทยอยออกมาหาอาหาร เบียร์ถูกนำมาเสริฟก่อนรายการอื่นๆ แน่นอนจะเป็นฝีมือใครสั่งไปไม่ได้นอกจากพี่ใหญ่ของเรา สักพัก อรุณ-วรรณา (สามี-ภรรยาจากเมืองแพม)และพี่ตุ๊ก็ตามมาสมทบ พูดคุยกันพอให้หายคิดถึงและนัดแนะพี่อรุณให้มารับไปเมืองแพมในอีก 2 วันข้างหน้า
 
พรุ่งเช้าของวันสุดท้ายของปีเก่า (2006) อากาศหนาวเย็นมาก หลังจากกินเบรค-ฟาดกันเรียบร้อย พวกเราก็เลือกกิจกรรมของทางเกส์ตเฮ้าส์ "ล่องแก่ง" เรือคายัด 5-6 ลำถูกนำลงสู่ห้วยข้างๆที่พัก น้ำเย็นใช้ได้เลย ฉันเลือกที่จะไปกับไกด์เพราะไม่สัดทันในการพาย นอกนั้นก็จับคู่ตามอัธยาสัย จำไม่ได้ว่าใครคู่ใคร แต่ที่จำได้แม่นยำคือคู่เพื่อนซื้หลายปีซ้อน และก็มีคู่ฮันนีมูนอีกคู่ที่มารวมขบวนกับพวกเรา (สวีทกันตลอดทาง อิจฉาโฟ้ย! นี่มาพายคายัคนะ) น้ำลอด (ชื่อลำน้ำที่ร่องแก่งกัน) มีความเชี่ยวของสายน้ำพอให้สนุกได้อย่างพอดีๆ บางจุดก็ทำให้เรือเสียหลัก โชดดีที่เลือกมากะไกด์ เลยไม่มีสภาพเหมือนลำไอ้คู่เพื่อนซี้ ที่มันถีบกันลงจากเรือ ใช้เวลาประมาณครึ่งค่อนวันสำหรับกิจกรรมร่องแก่ง สร้างความเหนื่อล้าและปลุกความหิวโหยให้ลุกโชกได้เป็นอย่างดี บรรดาเสือหิวจึงสั่งของกินกันอย่างเต็มที่แบบไม่ได้สนใจเหรัญญิก กินเนียนตั้งแต่บ่ายยันเย็น บางทีการอยู่ในที่อากาศเย็นๆก็ทำให้สมองชาได้ดีจนไม่ต้องคิดถึงเรื่องใดๆ หรือใครๆให้เหนื่อยสมอง คืนนั้นเป็นคืนส่งท้ายปีเก่า พี่นาง(เจ้าของเกส์ตเฮ้าส์) เลยมาถามแขกว่าอยากกินไก่อบกันมั้ย แน่นอนเสียหละที่เค้าจะไม่ได้รับคำปฏิเสธจากพวกเรา คืนนั้นแขกทุกคนก็มารวมตัวกันที่ลานกลางบ้านที่มีก่อไฟให้ความอบอุ่นอยู่ บรรยากาศคึกคื้น กรุงเทพคงสนุกเหมือนกันโดยเฉพาะแถวบ้าน (ลานเว็นทรัลเวิด์ล) แต่แล้วพวกเราก็ได้ข่าวการวางระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ โชคดีที่ปีนี้พวกเราเลือกที่จะมาที่นี่ ไม่อย่างนั้นก็คงอยู่ในความอลหม่านด้วย คืนนั้นพวกเราอิ่มหน่ำสำราญจากอาหารเลิศรสฝีมือของพี่นาง และผู้ช่วย ช่างเป็นคืนส่งท้ายปีที่มีความสุขบวกกับอากาศเย็นๆ ถ้าไม่นับรวมเสียงดอกไม้ไฟหลากสีที่เจ้าของเกส์ตเฮ้าส์จัดไว้ให้แขกต่างชาติตื่นตาต้อนรับปีใหม่ มันช่างไม่เข้ากับบรรยากาศที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้เลย ใครนะเป็นคนต้นคิด..เสียบรรยากาศหมด ให้ตายเถอะ
 
 

About multiverses

i am fine
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s