แสงดาวแห่งศรัทธา

ไฟสีแดงบนยอดตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดของกรุงเทพมหานครยังคงกระพริบครั้งแล้ว…ครั้งเล่า… ใครบางคนเคยบอกกับฉันว่า สำหรับเขาไฟเหล่านี้กระพริบเหมือนดั่งจังหวะการเต้นของหัวใจของมหานครแห่งนี้ ฉันยังคงมองไป ณ ตำแหน่งนั้น…

 

มุมมองจากบ้านขนาดสองชั้นธรรมดากลางใจเมืองที่ถูกโอบล้อมไปด้วยตึกขนาดใหญ่ ไม่เอื้อให้เห็นจำนวนที่มากมายของไฟเหล่านี้พร้อมกันมากนัก  ฉันลองหลับตา จินตนาการ ถึงแสงสีแดงนับร้อยๆดวงที่กระพริบเป็นจังหวะต่างๆกันในกรุงเทพฯยามราตรี สำหรับฉันแล้วมันเหมือนดวงดาวนับร้อยๆดวงบนฉากที่มืดมิดปกปิดความวุ่นวายของเมืองที่จะชัดเจนขึ้นอีกครั้งในยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องมา นานมาแล้วที่คนเมืองกรุงไม่เคยเห็นความสว่างของดวงดาวที่แท้จริงบนฝากฟ้าของมหานครที่ไม่มีวันหลับแห่งนี้ พลันทำให้คิดถึงบทเพลงๆหนึ่งขึ้นมา แสงดาวแห่งศรัทธา บทเพลงที่ถูกแต่งโดยคุณจิตร ภูมิศักดิ์ บุคคลในยุค 14 ตุลาฯ ยุคที่นักศึกษาทั้งหลายยังคงมีอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อปวงชน คุณจิตรแต่งบทเพลงนี้ในขณะถูกคุมขังเหมือนจะบอกว่าแม้ฟ้าจะมืดมิด แต่แสงจากดาวดวงเล็กๆเหล่านี้ยังคงทำให้เค้ามีความหวังและศรัทธาในสิ่งที่ทำ เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน ดาวศรัทธายังส่องแสงเบื้องบน ปลุกหัวใจคนอยู่มิวาย

 

เวลาที่ฉันเดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆในชนบท การมองเห็นดวงดาวที่กระจ่างอยู่บนท้องฟ้าที่มืดสนิทตามป่าเขา ลำเนาไพร ปราศจากแสงไฟแห่งความเจริญมารบกวนสายตา แสงสีเหลืองนวลๆมักทำให้เกิดความรู้สึกสงบ หัวใจเต้นช้าลง พลังที่เคยเหือดหายไปจากการใช้ชีวิตในเมืองตลอดเวลาเริ่มกลับมาอีกครั้ง แม้จะยังไม่มีคำว่าศรัทธาเกิดขึ้นเหมือนบทเพลงของคุณจิตร ภูมิศักดิ์ แต่แสงดาวเหล่านั้นกลับช่วยให้ฉันมีพลัง และกำลังใจที่จะทำงาน และดำเนินชีวิตอยู่บนโลกที่สวยงามใบนี้ต่อไป

 

กลับมาที่แสงสีแดงของดาวในเมืองหลวง แสงที่แรงเพราะต้องต่อสู้กับแสงอื่นๆของเมืองเพื่อจะทำให้มันโดดเด่น ส่งผลให้สายตาของผู้คนเห็นจังหวะการกระพริบที่ชัดเจน ฉันเริ่มรู้สึกแล้วว่าหัวใจฉันเริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกับมัน เร็ว และแรง หรือมันจะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงวิถีของคนเมืองที่ต้องดำเนินชีวิตอย่างรวดเร็ว และมักใช้อารมณ์รุนแรงสาดเข้าหากันตลอดเวลา หลายครั้งที่ฉันรู้สึกเหนื่อย และหมดแรง เริ่มสงสัยกับสิ่งที่ทำ อุดมการณ์ของชีวิต ฉันได้ทำมันหล่นหายไประหว่างทางบ้างหรือไม่ คงเป็นเฉกเช่นกับผู้คนในเมืองใหญ่อีกหลายคน ชีวิตที่มีทางเลือกไม่มากนัก แสงไฟยังคงกระพริบ หัวใจยังคงเต้นต่อไป ในจังหวะเดียวกัน

 

ฉันยังคงมีศรัทธาต่อบุณคุณของดวงดาวทั้งสองแบบในชีวิต ดาวหนึ่งคอยเติมพลังชีวิต อีกดาวหนึ่งคือความคุ้นเคยและผูกพัน หลายครั้งที่อยากหนีจากเมืองหลวง แต่เสน่ห์ความวุ่นวายในมหานครที่ฉันคุ้นเคยก็มักจะทำให้ฉันแสวงหาอารยธรรมของเมือง สิ่งเดียวที่จะทำได้คงเป็นการพยายามรักษาดุลยภาพระหว่างกัน หมั่นไปเติมพลังงานเพื่อให้หัวใจยังคงมีจังหวะการเต้นที่เหมือนเดิม……

 

  

About multiverses

i am fine
This entry was posted in My life. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s